วันจันทร์ที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2568

In the Realm of Hungry Ghosts


 

สรุปเนื้อหาจากหนังสือเกี่ยวกับ "การเสพติด" และมุมมองใหม่ที่เต็มไปด้วยความเข้าใจของ Dr. Gabor Maté

ฟัง podcast


🧠 ทุกคนคือ “ผู้เสพติด” ในระดับใดระดับหนึ่ง

  • การเสพติดไม่จำกัดแค่ยาเสพติดหรือแอลกอฮอล์ — มันรวมถึงกาแฟ น้ำตาล ช้อปปิ้ง งาน หรือแม้แต่ดนตรีคลาสสิก

  • สิ่งที่ทำให้พฤติกรรมใด ๆ เป็น “การเสพติด” คือ:

    • ควบคุมไม่ได้

    • สร้างผลกระทบเชิงลบ

    • ยังคงทำต่อแม้รู้ผลเสีย

  • ดังนั้น การเสพติดเป็นเรื่องต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ "ใครเสพยา" เท่านั้น


👧 การบาดเจ็บในวัยเด็กคือรากของการเสพติด

  • ผู้เสพจำนวนมากเคยผ่าน การถูกทำร้ายทางเพศ ร่างกาย หรืออารมณ์ ตั้งแต่วัยเยาว์

  • การขาดความผูกพันที่ปลอดภัย (secure attachment) ทำให้สมองพัฒนาอย่างผิดปกติ

    • เช่น โดปามีนต่ำ ส่งผลให้ต้องพึ่งสารภายนอกเพื่อกระตุ้นความรู้สึกดี

  • การศึกษาจาก Adverse Childhood Experiences (ACE) พบว่า ยิ่งประสบการณ์เลวร้ายในวัยเด็กมาก ความเสี่ยงในการเสพติดยิ่งสูงขึ้น


🧪 กลไกสมองกับการเสพติด

  • โดปามีน (dopamine) เป็นสารสำคัญที่ควบคุมแรงจูงใจและพลังงาน

  • ยากระตุ้นเพิ่มโดปามีนชั่วคราว แต่การใช้ซ้ำจะ ทำลาย receptor ทำให้ต้องใช้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

  • การเสพติดยังทำลายสมองส่วนควบคุมการตัดสินใจและการยับยั้งชั่งใจ เช่น orbitofrontal cortex


🚔 นโยบาย “สงครามกับยาเสพติด” ล้มเหลว

  • การลงโทษอย่างรุนแรงไม่ลดการเสพติด กลับเพิ่มปัญหา เช่น

    • การติดคุก

    • ความรุนแรงทางถนน

    • การแพร่โรค

  • ผู้เสพถูกมองว่า “เลือกเอง” แทนที่จะเข้าใจว่า การเสพติดบั่นทอนสมองส่วนที่ใช้ในการเลือก


💊 ทางเลือก: Decriminalization และ Harm Reduction

  • Decriminalization: เลิกลงโทษผู้เสพ เปิดทางให้พวกเขารับยาอย่างปลอดภัยในระบบแพทย์

  • Harm Reduction: ไม่เน้น “เลิก” แต่เน้นลดอันตราย เช่น

    • การแจกเข็มสะอาด

    • การดูแลผู้เสพให้ปลอดภัย

  • แนวคิดนี้ช่วยลดการแพร่เชื้อ, ความรุนแรง และช่วยให้ผู้เสพได้รับการดูแลต่อเนื่อง


❤️ การเปลี่ยนแปลงต้องเริ่มจากความเมตตา ไม่ใช่การตัดสิน

  • ภาษาที่ใช้พูดถึงการเสพติดควรเปลี่ยนจาก “สงคราม” เป็น “การทำความเข้าใจด้วยความเมตตา”

  • ตัวอย่าง: แทนที่จะโทษตนเองว่า “โง่” ให้ถามอย่างอยากรู้ว่า “ทำไมเรายังทำแบบนี้ทั้งที่รู้ว่าผลลัพธ์ไม่ดี?”

  • วิธีนี้ช่วยให้เกิด ความตื่นรู้และเยียวยา มากกว่าการตำหนิซ้ำซาก


👨‍👩‍👧 สำหรับคนที่รักคนติดยา

  • คุณไม่สามารถ “เปลี่ยน” ผู้เสพได้ ความเปลี่ยนแปลงต้องมาจากเขาเอง

  • คำถามสำคัญ: “คุณสามารถอยู่กับเขาในแบบที่เขาเป็นได้หรือไม่?”

  • การตัดสินหรือตำหนิซ้ำ ๆ อาจมาจาก การเสพติดความรู้สึกถูกต้องของตัวเอง เช่น ความสมบูรณ์แบบ หรือความเป็นคนดี

  • ให้ลองพูดอย่างซื่อสัตย์ เช่น “วันนี้ฉันรู้สึกดีที่ไม่ตำหนิคุณเลย ฉันกำลังฝึกไม่เสพติดความรู้สึกเหนือกว่า”


🧭 บทสรุป: เสพติดคือการพยายามหลีกหนีความเจ็บปวด

  • การเสพติดไม่ใช่ “ทางเลือกผิด” แต่เป็น วิธีรับมือกับความเจ็บปวดภายในที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา

  • ทางออกเริ่มจาก ความอยากรู้ด้วยเมตตา, การตั้งคำถามอย่างจริงใจ, และ สภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและไม่ตัดสิน

  • ทุกคนมีรูปแบบของการเสพติด และทุกคนสมควรได้รับความเข้าใจ มากกว่าความรังเกียจ

✨ “อย่าเพียงมองว่าคนเสพติดเลือกทางผิด — มองว่าเขากำลังพยายามอยู่รอดด้วยทรัพยากรที่เขามี”
— Dr. Gabor Maté

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น