วันอังคารที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2568

Science of Evil



สรุปเนื้อหา: Empathy, Evil, and the Mind – จากการทดลองของนาซีถึงรากเหง้าของความโหดร้ายในมนุษย์

(จากแนวคิดของ Simon Baron-Cohen)


🧪 จุดเริ่มต้น: วิทยาศาสตร์ที่เกิดจากความโหดร้าย

  • Dr. Sigmund Rascher นักวิทยาศาสตร์นาซีศึกษาการรอดชีวิตจากความเย็นเพื่อช่วยนักบินเยอรมัน

  • แต่ความจริงคือ การทดลองโหดเหี้ยมกับนักโทษที่ดาเคา ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 90 คน

  • แม้เขาถูกตัดสินลงโทษใน Nuremberg Trials แต่คำถามใหญ่คือ:

    "ทำไมคนธรรมดาจึงสามารถกระทำความโหดร้ายสุดขั้วได้?"


"Evil" ไม่ใช่คำอธิบายที่ดีพอ

  • การอธิบายด้วยคำว่า “ความชั่วร้าย” เป็นการ คิดวนซ้ำ และ ว่างเปล่าทางวิทยาศาสตร์

  • เราต้องหาคำอธิบายที่ จับต้องได้ วัดได้ และอิงจิตวิทยา → นั่นคือ การเสื่อมถอยของความเห็นอกเห็นใจ (Empathy erosion)


🧠 Empathy คืออะไร?

ชนิด ความหมาย
Cognitive empathy ความสามารถในการเข้าใจสิ่งที่ผู้อื่นคิดหรือรู้สึก
Affective empathy ความสามารถในการ รู้สึก ร่วมกับผู้อื่น

การเห็นใจจริง ๆ = รู้ และ รู้สึก


🔦 เมื่อ empathy เสื่อม: ผู้คนกลายเป็น “สิ่งของ”

  • Martin Buber แบ่งความสัมพันธ์เป็น 2 แบบ:

    • I-Thou → เห็นผู้อื่นเป็นมนุษย์

    • I-It → เห็นผู้อื่นเป็นเครื่องมือ หรือสิ่งกีดขวาง

  • เมื่อ empathy หายไป เราเข้าสู่โหมด I-It โดยไม่รู้ตัว


🧪 กรณีทดลอง: คนปกติก็ทำร้ายกันได้

  • Milgram Experiment (1961): ผู้คนพร้อมจะช็อตคนอื่นด้วยไฟฟ้า เพียงเพราะ มีคนในเสื้อกาวน์สั่ง

  • ความเชื่อที่รุนแรง หรือ โฆษณาชวนเชื่อ ทำให้คนละทิ้งความเห็นใจ และกระทำความรุนแรงได้อย่างไม่ลังเล


🧩 จิตวิทยาของ Psychopath กับ Autism: จุดสุดขั้วของ empathy

กลุ่ม เข้าใจความคิดผู้อื่น (Cognitive) รู้สึกร่วม (Affective)
Psychopath ✔ สูง (ใช้เพื่อหลอกลวง) ✘ ต่ำ (ไม่แคร์)
Autism ✘ ต่ำ (เข้าใจยาก) ✔ สูง (รู้สึกเจ็บแทน)

🧬 รากทางชีวภาพของ empathy erosion

  • Gene MAOA-L (“warrior gene”) ทำให้การควบคุมอารมณ์รุนแรงน้อยลง

  • ถ้ารวมกับ การถูกทารุณกรรมในวัยเด็ก → เสี่ยงพัฒนาลักษณะ Psychopathy สูงขึ้น

  • ฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนในครรภ์ ที่สูง → อาจส่งผลให้เด็กโตขึ้นมาเข้าใจอารมณ์คนอื่นได้ยากขึ้น

  • เคส Phineas Gage แสดงให้เห็นว่า สมองส่วนประมวลผล empathy หากเสียหาย → บุคลิกจะเปลี่ยน


🧒 การเลี้ยงดูคือกุญแจในการสร้างหรือทำลาย empathy

  • เด็กพัฒนา empathy ผ่านกระบวนการ mentalization – การพยายามเข้าใจสิ่งที่ผู้ดูแลรู้สึก

  • ถ้าเด็ก รู้สึกปลอดภัย → จะกล้าเรียนรู้ความรู้สึกของผู้อื่น

  • ถ้าเด็ก ถูกทอดทิ้ง/ทารุณ → จะตัดขาดจากจิตใจของผู้อื่นเพื่อปกป้องตัวเอง

John Bowlby เรียกสิ่งนี้ว่า “secure base” – ฐานอารมณ์ที่มั่นคงสำหรับการสำรวจโลก


🧭 บทสรุป: “คนชั่ว” ไม่ได้เกิดมาเป็นแบบนั้นเสมอไป

  • คนที่ขาด empathy ไม่ได้เป็น “ปีศาจ” โดยกำเนิดเสมอ

  • บางคนมีพันธุกรรมหรือสมองที่เปราะบางต่อ empathy erosion

  • แต่ สิ่งแวดล้อมทางอารมณ์และความสัมพันธ์ในวัยเด็ก คือปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนดว่าพวกเขาจะโตมาเป็นใคร


💬 สาระสำคัญสุดท้าย:

ถ้าเราหยุดมอง "ความชั่ว" เป็นสิ่งลึกลับ และเริ่มเข้าใจกลไกของ ความเห็นใจ
เราจะไม่เพียงแต่เข้าใจความโหดร้ายของมนุษย์ได้ดีขึ้น
แต่ยังมีโอกาสป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้นอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น