สรุปเนื้อหา เกี่ยวกับการที่ Twitter กลายเป็น X ภายใต้การนำของ Elon Musk:
🔹 ต้นตอของการ takeover
-
Elon Musk เริ่มสนใจ Twitter ตั้งแต่ใช้มันยืนยันตัวเองในปี 2010
-
หลังจากความสำเร็จของ Tesla และ SpaceX, Musk มีอิทธิพลบน Twitter ทั้งในด้านการตลาดและ controversy (เช่น เรื่องการพา Tesla ออกจากตลาดหลักทรัพย์)
-
Twitter เดิมเป็นแพลตฟอร์มสำคัญทางสังคมการเมือง แต่ก็มีปัญหาขาดทุน การ moderation ที่ซับซ้อน และแรงต้านหลังการแบนบัญชี Donald Trump
🔹 Musk เข้าซื้อ Twitter
-
เมื่อต้นปี 2022: Musk ซื้อหุ้นจนถือครอง 9.1% ของ Twitter
-
เมษายน 2022: เสนอซื้อกิจการทั้งบริษัทที่ $54.20 ต่อหุ้น (มูลค่า $44 พันล้าน) → บอร์ดยอมรับ
-
หลังพยายามถอนดีลเพราะกังวลเรื่อง spam/bots → Musk ไม่มีทางออก จึงปิดดีลใน ต.ค. 2022
-
Musk เข้าสำนักงาน Twitter ด้วยอารมณ์เชิงสัญลักษณ์: ถืออ่างล้างมือแล้ว tweet “Let that sink in”
🔹 ผลกระทบหลัง takeover
✅ การปลดพนักงานจำนวนมาก
-
ไล่ออก 50% ของพนักงานทันที (~3,700 คน) รวมทั้งผู้บริหารและทีมสำคัญ เช่น brand safety, content moderation
-
ทำให้โครงสร้างที่คอยดูแลเรื่องความปลอดภัยหายไป ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ลงโฆษณา
✅ การสูญเสียรายได้
-
ผู้ลงโฆษณาหลัก เช่น General Motors, Pfizer ถอนตัว
-
Ad bookings ลดลง 49% ภายในสิ้น พ.ย. 2022
✅ Twitter Blue fiasco
-
แผนให้ผู้ใช้ทุกคน “จ่ายเงินเพื่อ verification” ล้มเหลว:
-
ทำให้เกิด fake accounts อย่างบัญชี Eli Lilly ปลอมจนราคาหุ้นร่วง
-
ได้รายได้เพียง ~$488,000 แต่สูญเสียความเชื่อมั่นและรายได้โฆษณาหลายล้าน
-
✅ บรรยากาศการทำงาน “hardcore”
-
Musk ส่ง email "A Fork in the Road": พนักงานต้อง commit หรือออกพร้อม severance → พนักงานลาออกจำนวนมาก เหลือเพียง ~2,700 คน จาก 7,500
✅ การคืนบัญชี controversial
-
Musk รีสโตร์บัญชีอย่าง neo-Nazi และ Donald Trump
-
ในขณะเดียวกันกลับแบน @ElonJet และนักข่าวที่รายงานข่าวนี้ → เกิดข้อกล่าวหาว่า Musk ใช้มาตรฐาน double-standard เรื่อง free speech
🔹 Rebranding: Twitter → X
-
ก.ค. 2023: Musk ประกาศเปลี่ยนชื่อ Twitter เป็น X เพื่อสานฝัน X.com → แพลตฟอร์ม all-in-one (social, banking, commerce)
-
แต่ hate speech, disinformation เพิ่มขึ้น การใช้งานผู้ใช้และ engagement metrics ลดลงอย่างต่อเนื่อง
-
Meta เปิดตัว Threads และได้ผู้ใช้ 100 ล้านคนทันที → ย้ำความล้มเหลวเชิงกลยุทธ์ของ X
🔹 บทสรุป
💡 เหตุผลที่แท้จริงของ Musk อาจไม่ใช่การสร้าง "town square" ที่เสรี แต่เป็นความหมกมุ่นส่วนตัวต่อ free speech, control และภาพลักษณ์ส่วนตัว
🔻 ผลที่เกิดขึ้น:
-
Loss of trust → advertisers หนี
-
Employees ถูกขับไล่หรือบีบให้ออกจากงาน
-
รายได้และมูลค่าบริษัทลดลง
-
ความสับสนและ chaos ภายในแพลตฟอร์ม
.webp)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น