วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2563

การวิเคราะห์ทางเทคนิค

การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis)

แบ่งเป็น การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยแนวคิดด้านศิลปะ และ ด้วยแนวคิดทางวิทยาศาสตร์

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยแนวคิดด้านศิลปะ

สามารถวิเคราะห์จากกราฟเส้น (Line chart), กราฟแท่ง (Bar chart), หรือ กราฟแท่งเทียน (Candlestick) โดยใช้วิธีต่างๆ ได้แก่ Dow Theory, Trends, Volume, Price Pattern, Elliott wave

การวิเคราะห์จากกราฟเส้น (Line chart)

Trend มี 3 รูปแบบ คือ

  1. Up-trend: จุดต่ำสุดยกสูงขึ้น จุดสูงสุดยกสูงขึ้น
  2. Down-trend: จุดต่ำสุดกดต่ำลง จุดสูงสุดกดต่ำลง
  3. Sideway: จุดสูงสุดและต่ำสุดวิ่งในกรอบราคา


ให้เราตีเส้น channel line โดยถ้า trend ขาขึ้นให้ตีเส้นจากจุด low ไป low และถ้า trend ขาลงให้ตีเส้นจากจุด high ไป high โดยที่กราฟยิ่งมีความชันมากก็จะมีความผันผวนมากขึ้นไปด้วย

เมื่อ trend กำลังจะเปลี่ยนแปลงจะเกิด

  • การอ่อนแรงของ trend เช่น trend ขึ้นเป็นลง จุด high ใหม่ไม่สูงขึ้นกว่าจุดเก่า
  • เกิดการทะลุเส้น trend line และอาจเกิดการ retest เช่น ขณะอยู่ใน trend ขาลง แล้วกราฟขึ้นไปทะลุเส้น high แล้วย่อตัวลงมาชนกับเส้น high ก่อนที่จะขึ้นต่อ (throw back) หรือ ขณะอยู่ใน trend ขาขึ้น แล้วกราฟลงไปทะลุเส้น low แล้วขึ้นมาชนกับเส้น low ก่อนที่จะลงต่อ (pull back)


Chart pattern เป็นรูปแบบที่ช่วยคาดว่า trend จะต่อเนื่องกับ trend เดิม หรือจะเกิดการกลับตัวขึ้น ซึ่งต้องดู trading volume ร่วมไปด้วย แต่ในภาคปฏิบัติควรตามดูว่าเกิดขึ้นจริงตามที่เราคาดก่อนจึงเข้าซื้อ/ขาย

Continuous pattern (รูปแบบแนวโน้มต่อเนื่อง)

  • Triangular patterns
    • Ascending triangle: เป็น uptrend เส้นด้านบนจะขนาน (มีความกระตือรือร้นของฝ่ายซื้อมากกว่า เกิดการดันราคาขึ้นเข้าไปหาแนวต้านด้านบน)
    • Descending triangle: เป็น downtrend เส้นด้านล่างจะขนาน
    • Symmetrical triangle: ไม่แน่นอน แต่มีแนวโน้มจะขึ้นหรือลงต่อตาม trend เดิม โดย graph มักจะทะลุสามเหลี่ยมก่อน 2/3 ของสามเหลียม ต้องดู trading volume เพื่อยืนยัน pattern
    • Expanding triangle: พบน้อย ไม่แน่นอน

  • Flag pattern: เป็นรูปแบบต่อเนื่องกับ trend เดิม จะเกิด flag pattern เป็นเส้นขนานตรงข้ามกับ trend เดิม มักเป็นอยู่นาน 1-3 สัปดาห์

Flag pattern

  Reversal patterns (รูปแบบกลับตัว)

  • Head and Shoulders: เกิดใน uptrend ที่กลับเป็น downtrend โดย shoulders จะสูงใกล้เคียงกัน ตรง head และ Rt shoulder จะมี trading volume น้อย สามารถทำนายว่า graph จะลงมาเท่ากับความสูงของ head จาก neckline

Head and Shoulders patttern

  • Inverse Head and Shoulders: เกิดใน downtrend ในรูปแบบตรงข้ามกัน
  • Head and Shoulder Variations เช่น double shoulder, double head
  • Triple Top and Bottom Reversals เป็นรูปแบบ head and shoulder ที่สูงเท่ากันหมด แต่ trending volume ต้องลดลงๆ (ไม่เช่นนั้นจะเป็น sideways)
  • Double Top and Bottom Reversals เป็น head and shoulder ที่ left shoulder และ head สูงเท่ากัน

Double Top and Bottom Reversals

การหาแนวรับ (support)- แนวต้าน (resistant)

  • ดูจากระดับ high หรือ low ก่อนหน้า
  • ตามกรอบของ trend line
  • แนวรับ-แนวต้านเชิงจิตวิทยา (คนมักซื้อ-ขายที่ตัวเลขกลมๆ แบบไม่มีเศษ)
  • สัดส่วน Fibonacci (ตำแหน่ง 23.6%, 38.2%, 61.8% และ 78.6% เทียบกับกรอบ high สูงสุด กับ low ต่ำสุดเดิม)


การวิเคราะห์จากราคาและปริมาณการซื้อขาย (Price & Volume)
  • ต้องดูปริมาณการซื้อขาย เพื่อยืนยันแนวโน้มที่ดำเนินอยู่



การวิเคราะห์จากกราฟแท่งเทียน (ดูเรื่องกราฟแท่งเทียน)

การวิเคราะห์ทางเทคนิคด้วยแนวคิดทางวิทยาศาสตร์

เครื่องมือตามแนวโน้ม (Trend Following) ได้แก่ เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) โดยดู
  • เส้นระยะสั้น ตัด เส้นระยะกลาง ลงมาเป็นสัญญาณขาย เป็นภาวะหมี และเมื่อเส้นระยะสั้น ตัด เส้นระยะยาว เป็นการยืนยันภาวะหมี
  • เส้นระยะสั้น ตัด เส้นระยะกลาง ขึ้นไปเป็นสัญญาณซื้อ เป็นภาวะกระทิง และเมื่อเส้นระยะสั้น ตัด เส้นระยะยาว เป็นการยืนยันภาวะกระทิง
เครื่องมือวัดการแกว่ง (Oscillators) แบ่งได้เป็น 2 แบบ คือ

  • เครื่องมือทีมีแกนศูนย์เป็นการแบ่ง ภาวะกระทิงและ ภาวะหมี เช่น
    • MACD (Moving Average Convergence Divergence) ต้องดูประกอบ trend line จึงจะบอกได้ว่าเปลี่ยนแปลงแนวโน้มจริงๆ ส่วนจุดตัดระหวาง MACD และ signal line จะเกิดขึ้นช้า ให้ดูการลดลงของ MACD histogram แทน
    • Momentum
    • Bull & Bear Power
    • Cumulative Volume
    • CCI (Commodity Channel Index)
  • เครื่องมือที่มีค่าระหว่าง 0-100% และแบ่งเขตของภาวะ ซื้อมากเกินไปและ ขายมากเกินไป เช่น
    • Stochastic %K %D
    • RSI (Relative Strength Index) จะเปลี่ยนแปลงเร็วกว่า MACD โดย RSI < 30 คือ over-sold แต่มักเข้าซื้อเมื่อกราฟทะลุ 30 ขึ้นไป (ดูร่วมกับ trend line) และ RSI > 70 คือ over-bought
    • Average Directional Index
    • Directional Indicator
    • Accumulate / Distribution Oscillator


สรุปการนำไปใช้
 

  1. เข้าซื้อเมื่อเป็นแนวโน้มขาขึ้นเท่านั้น ถ้าเป็นแนวโน้มขาลงให้รอจุดกลับตัว
  2. ดูกราฟจาก time-frame ใหญ่ก่อนแล้วไล่มาดู time-frame ที่เล็กลง
  3. ตีเส้น trend line ก่อน
  4. ดูแนวโน้มและจุดกลับตัวจาก
    • หาแนวรับ/แนวต้าน
    • MACD
    • RSI

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น