เชน
ศาสนาเชน สอนว่า ทุกสิ่งทุกอย่างประกอบด้วยวัตถุและวิญญาณ ในจักรวาลจะมีกรรมขาวและดำลักษณะเป็นอณูล่องลอยอยู่ การทำดีจะดึงดูดให้กรรมขาวเข้ามาอยู่ในวิญญาณ ทำให้รู้สึกสดชื่นเป็นสุข ส่วนการทำชั่วก็จะดึงดูดให้กรรมดำเข้ามาอยู่ในวิญญาณ ศาสนาเชนจึงเน้นคำสอนเรื่อง อหิงสา หรือการไม่เบียดเบียน
ความหนักเบาของกรรมขึ้นกับความรุนแรงในการไปล่วงละเมิดคนอื่น
จึงสอนว่ากายกรรมจะหนักกว่าวจีกรรมและมโนกรรมตามลำดับ ซึ่งต่างจากกรรมของพุทธที่เน้นไปที่เจตนาหรือมโนกรรม
เพราะมโนกรรมทำให้เกิดอกุศลจิตและนำไปสู่อบาย
ความคิดเรื่องกรรมส่งผลต่อการกินอาหาร
คือ เลือกกินพืชที่ไม่ต้องฆ่า (เช่นเด็ดบางส่วนมากิน
ไม่ต้องฆ่าให้ตาย)
หรือพืชที่ตายเองตามอายุขัย (เช่น
ธัญพืช ถั่ว ที่ตายเอง)
รวมไปถึงการปฏิบัติต่อต้นไม้
หรือ สิ่งของเครื่องใช้ก็ต้องทำด้วยความทะนุถนอม หลีกเลี่ยงการเบียดเบียน เพราะทุกสิ่งทุกอย่างมีชีวิต
คนเมื่อตายไปก็อาจกลับมาเกิดมาเป็นต้นไม้ หรือ สิ่งของก็ได้
สิ่งที่เป็นตัวเราจริงๆ
คือ วิญญาณ ส่วนกาย คือ คุกที่ขังวิญญาณเอาไว้ กายต้องการแสวงหาความสบายจึงเป็นบ่อเกิดของกิเลส
การไม่แสวงหาความสุขทางกายจะช่วยให้วิญญาณไม่ถูกครอบงำโดยกาย เรียกว่า การบำเพ็ญตบะ
ซึ่งจะช่วยให้ค่อยๆกำจัดกรรมดำออกไปจากวิญญาณ
นักบวชในศาสนาเชนจึงไม่สวมเสื้อผ้า
ไม่มีสมบัติ ไม่อาศัยอยู่ในอาคารบ้านเรือน
ใช้มือแทนจานข้าว และทรมานร่างกาย สุดท้ายเมื่อกำจัดกรรมดำได้หมดสิ้น และวิญญาณสามารถกำราบร่างกายได้เด็ดขาด
เมื่อตายก็จะไปสู่สถานที่หนึ่งที่เรียกว่า “สิทธศิลา”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น