Salt
หลังกินเกลือจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้น 3 ชม. นอกจากนี้ยังทำให้ความสามารถในการขยายตัวของหลอดเลือดแดงลดลง (โดยไม่ได้เป็นผลจาก BP ที่สูงขึ้น) ทั้งหลอดเลือดขนาดเล็กและใหญ่ จากกลไกที่ไปยับยั้งการหลั่ง nitric oxide (ช่วยให้หลอดเลือดขยายตัว) และ superoxide dismutase (antioxidant enzyme ที่ร่างกายสร้างขึ้น)
ตัวที่ช่วยแก้ผลของ sodium คือ potassium (เพิ่ม nitric oxide) และ vitamin C (ทดแทน antioxidant ของร่างกายที่ถูกยับยั้ง)
พบความสัมพันธ์ระหว่าง sodium intake กับ CVD ไปในทางเดียวกันเป็นเส้นตรงตั้งแต่ 3600
mg – 1500 mg ต่อวัน
| ทุกๆ sodium 1000 mg/d จะเพิ่มความเสี่ยงต่อ CVD 17% Link |
นอกจากการลด sodium จะช่วย vascular disease ต่างๆ ยังสัมพันธ์กับโรคอื่นๆด้วย เช่น gastric cancer, recurrent kidney stones, osteoporosis, obesity, direct renal/vascular/cardiac damage
วิธีการลดการบริโภคเกลือ ได้แก่ การไม่ใส่เกลือตอนกินและตอนปรุงอาหาร นอกจากนี้ส่วนใหญ่ของเกลือที่เรากินมักจะมาในรูปของ processed food และส่วนผสมในอาหาร แนะนำให้ดูฉลากส่วนประกอบอาหาร ถ้ามี mg ของ sodium มากกว่า Cal ในหนึ่งหน่วยบริโภคแสดงว่าเกลือเยอะเกินไป
มีการทำ potassium chloride มาทดแทน sodium chloride พบว่าปลอดภัยและช่วยลดความดันโลหิตได้ดี แต่อาจทำให้รสชาติอาหารบางชนิดเปลี่ยนไป และควรระวังในกลุ่มเสี่ยงต่อ hyperkalemia เช่น advanced CKD ที่เคยมี hyperkalemia
การกิน sodium จะทำให้เกิด inflammation มากขึ้นทำให้ asthmatic attack และ autoimmune disease activity มากขึ้น
การกิน sodium หรือ salt-preserved food มีส่วนทำให้เกิด stomach cancer เพราะ sodium จะทำให้เกิด atrophic gastritis ช่วยกระตุ้นให้เกิด H. pylori colonization และทำให้ได้รับ carcinogen ง่ายขึ้น
การลดการกิน salt ช่วยป้องกัน calcium oxalate stones และ calcium phosphate stones
แต่ปัจจัยส่วนใหญ่ของ kidney stones เกิดจากการกิน animal protein ทำให้เกิด metabolic
acidosis ซึ่งทำให้ acid-induced urinary calcium excretion และการที่มี uric acid excretion มากขึ้น ทำให้เกิด
uric acid stone หรือจะเป็นแกนให้เกิด calcium stone
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น