วันศุกร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

Cognitive Behavioral Therapy



สรุปหนังสือ Cognitive Behavioral Therapy โดย Olivia Telford ที่อธิบายหลัก CBT อย่างเข้าใจง่าย พร้อมเทคนิคที่ใช้ได้ทันที:


🧠 CBT คืออะไร

  • CBT หรือ Cognitive Behavioral Therapy คือการบำบัดทางจิตวิทยาที่เน้นเปลี่ยน ความคิด (Cognition) และ พฤติกรรม (Behavior) ที่ไม่เป็นประโยชน์

  • หลักสำคัญ:
    👉 สิ่งที่เกิดขึ้น (A) → ความเชื่อ (B) → ผลลัพธ์/พฤติกรรม (C)
    หากปรับความเชื่อ (B) ได้ ผลลัพธ์ (C) ก็จะเปลี่ยน


🔄 1. เทคนิค Cognitive Restructuring – เปลี่ยนกรอบความคิด

  • ขั้นตอน:

    1. สังเกตความคิดลบ เช่น “ฉันไร้ค่า”

    2. ตั้งคำถาม กับความคิดนั้น เช่น “จริงหรือ?” “มีหลักฐานอะไรยืนยัน?”

    3. สร้างความคิดใหม่ที่สมดุล เช่น “แม้ฉันจะผิดพลาด แต่ก็เรียนรู้ได้”

  • ใช้ได้กับภาวะ ซึมเศร้า ความวิตกกังวล พฤติกรรมทำร้ายตัวเอง และความรู้สึกผิด


😟 2. จัดการความวิตกกังวล (Anxiety)

  • CBT ช่วยจัดการอาการของ:

    • Panic Disorder – ตื่นตระหนกเฉียบพลัน

    • GAD – กังวลเรื้อรัง

    • Social Anxiety – กลัวสถานการณ์ทางสังคม

เทคนิค:

  • ถามตัวเองว่า:

    • “ถ้าเพื่อนฉันเจอเรื่องนี้ ฉันจะให้คำแนะนำยังไง?”

    • “ฉันเคยผ่านเรื่องแบบนี้ได้มาก่อนหรือเปล่า?”


🎯 3. Exposure Therapy – เผชิญความกลัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป

  • ใช้สำหรับ:

    • Anxiety

    • OCD

  • ขั้นตอน:

    1. จัดลำดับสิ่งที่กลัวจากน้อยไปมาก

    2. ค่อย ๆ เผชิญกับสิ่งนั้นตามลำดับ

    3. ไม่ตอบสนองด้วยพฤติกรรมซ้ำ ๆ (เช่น ล้างมือซ้ำสำหรับ OCD)

    4. ฝึกซ้ำจนความกลัวลดลง

  • ERP (Exposure and Response Prevention): เทคนิคเฉพาะสำหรับ OCD → ฝึกให้ยอมรับความคิดโดยไม่ลงมือทำพฤติกรรมบังคับ


😔 4. รับมือกับความรู้สึกผิด เสียใจ และการเสพติด

ความรู้สึกผิด/เสียใจ

  • ยอมรับบทบาทของตนเอง → ขอโทษ/ชดใช้ตามความเหมาะสม

  • อย่าแบกไว้ตลอดชีวิต

  • ถามว่า “ความรู้สึกนี้ยังให้ประโยชน์อยู่ไหม?” ถ้าไม่ → ปล่อยวาง

การเสพติด

  • เสพติดไม่ได้มีแค่ยาเสพติด → อาจเป็นโทรศัพท์ งาน หรือการช้อป

  • CBT แบ่งการบำบัดเป็น 4 ขั้นตอน:

    1. Assessment – วิเคราะห์ “5 W” (When, Where, Why, With Whom, What)

    2. Behavioral Change – ปรับกิจวัตร หลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น

    3. Cognitive Change – เปลี่ยนความเชื่อผิด ๆ เช่น “ฉันเลิกไม่ได้”

    4. Relapse Prevention – ใช้ self-talk บวก + มีคนสนับสนุนรอบตัว


🧘 5. Mindfulness-Based CBT (MBCT) – “ไม่ต้องสู้กับความคิด แค่ยอมรับ”

  • ต่างจาก CBT ที่ “จัดการความคิด” → MBCT เน้น “สังเกตและปล่อยผ่าน”

  • ใช้เพื่อ ป้องกัน ความเครียดและภาวะซึมเศร้าในอนาคต

ตัวอย่างแบบฝึกสติ:

  • กินอย่างมีสติ: หยุดสังเกตสิ่งที่กินก่อนจะใส่เข้าปาก รู้รส กลิ่น เนื้อสัมผัส

  • เดินอย่างมีสติ: สังเกตเสียง กลิ่น พื้นผิว อากาศขณะเดิน


“คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อทุกอย่างที่คุณคิด – ความคิดคือข้อมูล ไม่ใช่ความจริง”
Olivia Telford, Cognitive Behavioral Therapy


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น