วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

Dopamine Detox

 


สรุปหนังสือ Dopamine Detox โดย Thibaut Meurisse


💡 แนวคิดหลัก

“Dopamine Detox” ไม่ใช่การกำจัดโดปามีน (dopamine) ออกจากสมอง แต่คือการ ลดสิ่งเร้าที่กระตุ้นโดปามีนมากเกินไป เพื่อฟื้นฟูความสามารถในการมีสมาธิ ทำงานที่ยาก และสร้างชีวิตที่สมดุลและมีเป้าหมายมากขึ้น


🧠 บทบาทของโดปามีนกับพฤติกรรม

  • โดปามีนไม่ใช่แค่ “สารแห่งความสุข” แต่คือสารที่กระตุ้นให้เราติดตาม “รางวัล” หรือสิ่งเร้า

  • การใช้โซเชียลมีเดีย การดูวิดีโอ การกินของหวาน ฯลฯ ล้วนกระตุ้นโดปามีนสูง ทำให้สมองติดกับ “ความคาดหวัง” ของรางวัลมากกว่าผลลัพธ์จริง

  • เมื่อสมองชินกับความกระตุ้นสูง งานประจำที่มีความสุขน้อยลง เช่น การอ่านหรือทำงาน จะกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ → นำไปสู่การผัดวันประกันพรุ่งและสมาธิสั้น


⚠️ ปัญหาของการกระตุ้นโดปามีนมากเกินไป

  • ก่อให้เกิดวงจร “เร้า → เสพติด → เบื่อหน่าย → เสาะหาเร้าใหม่”

  • ทำให้เสียสมาธิ ลดประสิทธิภาพในการทำงาน ควบคุมตนเองไม่ได้

  • ส่งผลเสียต่อการตัดสินใจระยะยาว เช่น การกินอาหารหวานมากเกิน การใช้เวลากับเป้าหมายที่ไม่สำคัญ


🔧 3 ขั้นตอนสู่การทำ Dopamine Detox

  1. ระบุสิ่งเร้าที่กระตุ้นโดปามีนสูงในชีวิตคุณ

    • เช่น YouTube, TikTok, ขนมหวาน, checking email บ่อยเกิน

    • แบ่งเป็นกิจกรรม “ควรลด” กับ “ควรงดชั่วคราว”

  2. สร้าง “แรงเสียดทาน” เพื่อลดพฤติกรรมเหล่านี้

    • ลบแอปจากโทรศัพท์ ปิดการแจ้งเตือน เก็บมือถือไว้ต่างหาก

    • สลับอาหารขยะเป็นของว่างสุขภาพ

  3. เริ่มวันใหม่ด้วยกิจกรรมที่ไม่เร้าเกินไป

    • เช่น การออกกำลังกายเบา ๆ อ่านหนังสือ เขียนเป้าหมาย หรือทำสมาธิ

    • หลีกเลี่ยงโทรศัพท์หรือข่าวสารในชั่วโมงแรกของวัน


🧘‍♂️ รูปแบบของการทำ Detox

  • 48 ชั่วโมงเต็ม: งดสิ่งเร้าให้มากที่สุด (มือถือ อินเทอร์เน็ต อาหารแปรรูป)

  • 24 ชั่วโมง: เวอร์ชันเบากว่า ใช้ได้ง่ายกับผู้เริ่มต้น

  • Partial Detox: งดเพียงกิจกรรมที่คุณติดที่สุด เช่น งด YouTube หรือเล่นมือถือหลังอาหารเย็น


📅 สร้างนิสัยใหม่หลังการทำ Detox

  • จัดลำดับสิ่งสำคัญในแต่ละวัน เช่น “วันนี้ถ้าทำได้แค่หนึ่งอย่าง ฉันควรทำอะไร?”

  • ทำงานในระบบ “ปิด” เช่น เปิดแค่เอกสารที่ทำงาน หลีกเลี่ยง “ระบบเปิด” เช่น social media

  • ใช้เทคนิค Pomodoro (โฟกัส 45 นาที + พักสั้น ๆ)

  • มีพื้นที่ทำงานเฉพาะ และกำหนดกิจวัตรเรียกสมาธิ เช่น ดื่มชา → เปิดโน้ต → เริ่มทำงาน


🔄 ดูแลระยะยาว: เปลี่ยนชีวิตให้สมดุล

  • ตั้ง “แผนรับมือ” กับสถานการณ์กระตุ้นสูง เช่น ตื่นมาไม่หยิบมือถือทันที

  • ทำ 30-day challenge เพื่อฝึกวินัยและเสริมพฤติกรรมใหม่ เช่น ออกกำลังกาย อ่านหนังสือ

  • เสริมระบบสมองด้านอื่น เช่น สร้างเซโรโทนินและออกซิโทซิน ด้วยกิจกรรมที่ให้ความสงบ เช่น สมาธิ เดินกลางแจ้ง พูดคุยลึกซึ้ง

  • สะท้อนผลการทำ detox → ปรับแผนให้เหมาะกับเป้าหมายชีวิต


ผลลัพธ์ที่คาดหวัง

  • สมาธิดีขึ้น พลังใจกลับมา

  • งานที่เคยน่าเบื่อกลับดู “น่าทำ” ขึ้น

  • ใช้ชีวิตได้อย่างมีเป้าหมายและพึงพอใจมากขึ้น

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น