คน 35 แบบที่เราควรได้พบสักครั้งในชีวิต
เรียกว่าคนพิเศษทั้ง 35 แบบที่เราควรได้พบเจอ
ถ้าเราพิจารณาให้ดีเราจะได้เรียนรู้จุดแข็งของคนเหล่านี้ คุณจะเข้าใจเขามากขึ้น ได้แก่
ผู้สอนเรื่องการทำงาน
1. คนที่มีพรสวรรค์อับเปี่ยมล้น
งานบางอย่างถึงใช้ความพยายามอย่างมากก็สู้คนที่มีพรสวรรค์ไม่ได้
ถ้าเราเจอคนประเภทนี้แต่เนิ่นๆเราจะได้เข้าใจและเปลี่ยนไปทำงานที่ถนัดและเหมาะกับเรามากกว่าโดยไม่ต้องเสียเวลาไปมากมาย
2. คนรุ่นเดียวกันผู้โด่งดังเป็นที่รู้จักไปทั่ว
ลองดูว่าเขามีขั้นตอนอย่างไร แล้วเราก็พัฒนาขึ้นไปทีละขั้นๆ
3. รุ่นน้องที่น่าโมโหจนอยากจะฆ่าเสียให้ตาย
รุ่นน้องคนนั้นต้องหอบเอาเรื่องยิ่งใหญ่มาทำให้เราก้าวขึ้นไปสู่อีกระดับหนึ่งอย่างแน่นอน
เช่น ความสามารถในการอดทน การสื่อสาร การตักเตือน เป็นต้น
4. ผู้ชำนาญการแจกใบปลิงทิชชู แม้งานเล็กๆก็ต้องตั้งใจทำให้ได้ดี
5. หัวหน้าผู้ไร้เหตุผลที่สุดในจักรวาล เป็นการฝึกรับมือก่อนไปเจอกับลูกค้าผู้ไร้เหตุผลที่มีมากมายในชีวิตจริง
6. คนที่ได้เลื่อนขั้นเพราะขี้ประจบ
คนประเภทนี้มีความสามารถที่สำคัญในธุรกิจหลายอย่าง เช่น
การตัดสินและประเมินฝ่ายตรงข้ามอย่างรวดเร็ว ความกล้าหาญ ความเข้มแข็งทางอารมณ์
คลังศัพท์ พลังกาย
7. คนที่ทำงานเร็วผิดมนุษย์มนา ลองสังเกต
ไปช่วยงาน หรือ ถามเคล็ดลับซะเลย
8. คนที่มีกินมีใช้ไปทั้งชีวิตแต่ยังคงทำงานอย่างตั้งอกตั้งใจ เพราะเขากำลังทำในสิ่งที่ตนเองชอบ
ผู้สอนเรื่องการวางท่าที
9. คนที่ทำงานในร้านกาแฟของโรงแรมระดับสูง
พนังงานบริการระดับมืออาชีพ ทำให้คนรับบริการรู้สึกคุ้มค่าแม้ราคาจะแพงกว่ามาก
10. คนที่ยังคงรับฟัง แม้ว่าจะโดนตำหนิแค่ไหนก็ตาม
แม้คนที่ชอบหรือไม่ชอบให้คิดว่าทุกคำตำหนิ คือ ครู
11. ลูกค้าผู้เอาแต่ใจตัวเองอย่างไม่น่าเชื่อ
เป็นเหมือนหินลับมีดให้คุณ ให้ใช้ความสุภาพตอบกลับ
12. ผู้เป็นเลิศในการรินน้ำชา
คนที่ทำงานจิปาถะได้ยอดเยี่ยม ย่อมได้รับการเลื่อนให้มาทำงานอื่นๆ
13. คนขับรถแท็กซี่ผู้ไร้มนุษยสัมพันธ์
ให้เราคิดถึงใจเขาใจเรา เราไม่รู้ว่าเขาเคยเจออะไรมาบ้าง
14. คนขายตรงผู้จุ้นจ้าน
เป็นสถานการณ์ที่ดีที่ได้รู้จักการปฏิเสธ
15. คนที่เอาแต่พูดลับหลังผู้อื่นจนเกินความเหมาะสม
เรามักจะได้เรียนรู้อะไรดีๆจากคนพวกนี้
ให้ฟังตามน้ำไปเรื่อยๆแล้วค่อยเปลี่ยนมาคุยเรื่องดีๆแทน
ผู้สอนเรื่องหัวใจ
16. คนขี้โมโหแบบไร้สาเหตุ
เพราะเขาคิดว่าเขาคล้ายอะไรบางอย่างกับเรา
และเขาก็เกือบทำเรื่องอย่างนั้นเหมือนกันก็เลยเกิดหงุดหงิดขึ้นมา
17. คนที่ดูเหมือนไม่น่านับถือ แต่แท้จริงแล้วเป็นคนน่ายกย่อง บุคคลชั้นหนึ่งที่ได้รับความนับถือในวงการมามากแล้ว
ไม่มีความจำเป็นต้องอวดเบ่ง เพราะกลัวจะโดนอีกฝ่ายดูถูก
แต่กลับรู้สึกไม่ดีถ้าไม่ได้ให้ความสำคัญกับฝ่ายตรงข้ามเท่าที่ควร
18. ผู้ควบคุมตนเองได้ด้วยความสุขุมเยือกเย็น
ลองสังเกต เข้าใกล้ และลองถามวิธีดู
19. คนที่ดูถูกคุณอย่างโจ่งแจ้ง
คุณจะเติบโตและพัฒนาขึ้น
20. คนที่ไม่ว่าอะไรก็เถียงไว้ก่อน
พวกนี้มักจะช่วยหาจุดอ่อนในงานของเราได้อย่างรวดเร็ว
21. คนที่คอยหนุนหลังเราอยู่เสมอ
ก่อนไปปรึกษาใครให้เลือกคนที่มั่นใจคนเดียว ตัดสินใจด้วยตนเองไปก่อน แล้วไปตรวจเช็กการตัดสินใจของเรากับเขา
22. คนที่ไม่รู้ทำไมใครๆก็ให้อภัยเสมอ
ให้ลองศึกษาดูว่าเพราะอะไร เช่น เป็นคนที่มีเสน่ห์
หรือเขาเคยทำอะไรเพื่อคนรอบข้างมามาก
ผู้สอนเรื่องความรัก
23. คนที่มีความประพฤติสง่างาม ที่ได้เจอเวลานั่งรถไฟไปทำงาน ให้ลองดูเป็นแบบอย่าง เพื่อให้เราจะได้เป็นคนแบบเขา
24. คนเพศเดียวกันที่ไม่รู้ทำไมถึงเนื้อหอมนัก
ให้เรียนรู้ว่าเขามีเสน่ห์แบบไหน
25. คุณหนูผู้ร่ำรวย
ให้ลองทำความรู้จักเป็นเพื่อนกัน จะได้มุมมองเชิงคุณค่าและชีวิตที่แตกต่างออกไป
และชีวิตของคนพวกนี้มักจะไม่ได้สบายเหมือนที่เราคิด
26. คนสวยขนาดที่ต้องมองเหลียวหลัง
หากได้คบหาดูใจกันจะช่วยเติมเต็มเซลล์ทั้งร่างกาย แต่คนพวกนี้มักจะมีจุดบกพร่องใหญ่ๆหนึ่งแห่ง
27. คนดวงดีจนน่าอิจฉา คนพวกนี้มีอยู่จริง
แต่โชคชะตามักบวกลบกันได้เท่ากับศูนย์
28. พนักงานที่มักถูกเรียกใช้ คนที่เข้าหาง่ายจะมีความรู้มากขึ้นเรื่อยๆ
และก็จะได้รับความรักจากคนอื่นๆง่าย
29. คนที่มักอยู่คนเดียว แต่ทำไมถึงดูไม่เหงาไม่รู้
คนมาอยู่รวมกลุ่มกัน เหมือนสัตว์อ่อนแอมาอยู่รวมกันเพื่อให้รู้สึกปลอดภัย แม้จะไม่โดดเดี่ยว
ไม่เหงา แต่สูญเสียอิสรภาพ ส่วนคนที่แยกออกจากกลุ่มที่มีความสุขกับอิสรภาพ จะกลายเป็นทีนิยมชมชอบ
ผู้สอนเรื่องชีวิต
30. คนที่ดวงซวยขนาดหนัก คนพวกนี้จะไม่ถอดใจ
ไม่คิดมากและสดใสอยู่เสมอ เพราะเขาไม่ได้รู้สึกว่าโชคร้าย แต่รู้สึกว่าโชคดี
เนื่องจากความสามารถต่างๆได้มาจากสิ่งที่พบเจอ
31. นักต้มตุ๋น
ถ้าได้เจอแต่เนิ่นๆก็จะได้มีภูมิคุ้มกัน ไม่ถูกหลอกลวงง่ายๆอีก
32. คนที่น่าเวทนา ทั้งๆที่ทำเพื่อนคนอื่นแต่กลับถูกทอดทิ้ง บางครั้งคนที่ทำงานเพื่อคนอื่นตัวเป็นเกลียว หรือยอมรับความผิดเพื่อคนอื่น
มีหน้าหม่นหมอง จริงๆแล้วแอบพยายามทำเพื่อ “ตนเอง” อยู่ การบังคับขู่เข็ญให้คนรอบข้าง “ขอบคุณ” จึงไม่เป็นที่รักของคนอื่นๆ
33. คนที่ไต่เต้าขึ้นไปถึงจุดสูงสุดของพีระมิดมนุษย์
ให้สังเกตศึกษาวิธีการพูด การกระทำของคนเหล่านี้ ไม่ใช่เอาแต่อิจฉา
34. คนที่สนุกสนานกับชีวิตแบบคนชั้นสูง
คนพวกนี้ลอยอยู่เหนือการแก่งแย่งแข่งขัน ดำเนินชีวิตอย่างสง่างาม และมีชีวิตแบบไร้เดียงสาที่สุด
ให้ลองไปเยี่ยมเยียนคนเหล่านี้เป็นครั้งคราว
35. คนเอาแต่ใจแต่ใครๆก็สนับสนุน ลักษณะพิเศษของคนกลุ่มนี้
คือ พวกเขาจะค้นหาคนที่คอยให้ความช่วยเหลือตนเองอยู่ในมุมมืดและพูดคำว่า ‘ขอบคุณ’ ได้อย่างตั้งใจ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น