Non-obvious
เทรนด์ซ่อนเร้นเป็นสิ่งที่ยังเห็นได้ไม่ชัด ซึ่งหน้าที่ของเราคือ การสังเกตสิ่งที่คนอื่นมองข้ามไป ในยุคที่สิ่งต่างๆกำลังวิ่งไปด้วยอัตราเร่ง มี “คลื่นรบกวน” หรือข้อมูลขยะจำนวนมาก ให้เราทำการคัดสรรสิ่งที่มีความหมายออกมา พยายามแยกเทรนด์ออกมาจากกระแสชั่วคราว หรือ แฟชั่น ซึ่งสิ่งที่จะคงอยู่ต่อเนื่องจนกลายเทรนด์ได้นั้นมักจะมีความเชื่อมต่อ หรือ “จุดตัด” ระหว่างอุตสาหกรรมหลายๆอุตสาหกรรม หลายๆวงการ พฤติกรรมหลายๆแบบ หรือ ความเชื่อหลายๆตัว เข้าด้วยกัน
5 นิสัยของนักคัดสรรเทรนด์
- กระหายรู้: เลือกดู “สื่อสาระ” เช่น TED talk แทนสื่อขยะ อ่านนิตยสารเฉพาะทางต่างๆที่เราไม่คุ้นเคย คอยถามถึงวิธีการทำงานของสิ่งต่างๆ และเดินเข้าไปในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคย
- ช่างสังเกต: คอยสังเกตกิจกรรมต่างๆในชีวิตจริง มุ่งสนใจรายละเอียดของโลกรอบๆตัว
- พร้อมเปลี่ยน: บันทึกไอเดียต่างๆลงบนกระดาษ แต่ยังไม่ต้องเสียเวลาวิเคราะห์ไอเดีย แนะนำให้เก็บไอเดียนั้นไว้ก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาดูภายหลังเมื่อไอเดียนั้นเกิดมีคุณค่าขึ้นมา
- รอบคอบ: ค่อยๆคิดให้รอบคอบก่อนนำไปแชร์ให้ผู้อื่นฟัง ให้พูดด้วยภาษาที่ได้รับการกลั่นกรองมาเป็นอย่างดีเสียก่อน
- สง่างาม: บรรยายแนวคิดด้วยวิธีที่งดงาม สุขุม และเรียบง่าย โดยเริ่มจากสิ่งที่มองเห็นได้ง่าย ใช้คำให้น้อย คำเปรียบเปรย หรือภาพในจินตนาการแทนคำบรรยายพื้นๆ
กลวิธีมหาสมุทร หรือ
กระบวนการรวบรวมเรื่องราวและไอเดียต่างๆ (มหาสมุทร) แล้วนำมาสร้างเป็นเทรนด์ (เข็ม) ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่
- รวบรวม เรื่องราวและไอเดียจากแหล่งต่างๆ จดบันทึกด้วยข้อความที่ช่วยให้จำได้ไม่ลืม เก็บรวบรวมในแฟ้มหรือในกล่องที่สามารถอ่านผ่านตาได้ง่าย
- จัดระเบียบ นำไอเดียแต่ละตัวมาจัดกลุ่ม จัดกลุ่มโดยยึดตามความต้องการหรือพฤติกรรมที่เป็นตัวผลักดัน หรือผลกระทบที่มีต่ออุตสาหกรรมต่างๆ
- ยกมุมมอง มองหาธีมที่ใช้ในการเชื่อมโยงไอเดียต่างๆภายในกลุ่มเข้าด้วยกัน บางครั้งอาจใช้ความสามารถในการทำเงินเป็นตัวนำในการหาความเชื่อมโยงได้
- ตั้งชื่อ เลือกคำที่ผู้ฟังจะจดจำ มีเอกลักษณ์ ควรเป็นคำที่ฟังง่าย ไม่แพร่หลาย สามารถเข้าใจได้ทันที
- พิสูจน์ ตรวจสอบไอเดียด้วยข้อมูลจากงานวิจัย
ตัวอย่างเทรนด์ 2019
- ยุทธการปาหี่ คือ การเน้นให้เกิดประสบการณ์สุด “ว้าว” โดยการจัดสถานที่สวยๆ สำหรับชาวเซลฟี่ หรือ มีกิจกรรมสุดมันส์ เพื่อให้เกิดแชร์เป็นกระแสในโลกโซเชียลมีเดีย
| Harajuku Kawaii Monster Café |
- เพศผู้พรั่นพรึง คือ จากการที่ผู้หญิงสามารถมีบทบาทแบบผู้ชายได้ในปัจจุบัน แต่ผู้ชายกลับยังถูกบังคับให้มีบทบาทและยึดถือคตินิยมในแบบเดิม แต่ในอนาคตความคิดเรื่องเพศสภาพและแนวคิดเรื่องบทบาททางเพศจะค่อยๆหายไป
- อดิเรกเอาจริง คือ การทำสิ่งที่ตนชอบให้กลายเป็นธุรกิจ
- ไอดอลเสมือน คือ การที่ธุรกิจต่างๆนำเอาเทคโนโลยีเสมือนมาใช้ในหลากหลายรูปแบบ
- วันวานคะนึงหา คือ การที่ผู้บริโภคย้อนกลับไปหาภาวะที่คุ้นเคยของแบรนด์ในอดีตที่มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันมาก่อน
- การตลาด B2Beyond คือ การที่ธุรกิจเฉพาะเลือกที่การทำโฆษณาเข้าหาคนทั่วไปแทนการเข้าหาเฉพาะกลุ่มเป้าหมายเหมือนในอดีต ทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดูดีขึ้นและเกิดการรับรู้ไปในวงกว้าง ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจซื้อในท้ายที่สุด
- กูรู กูร่วง คือ กระแสแฟชั่นที่กระหน่ำเข้ามาแล้วหายไปตลอดเวลา โดยเฉพาะในวงการอุปกรณ์ฟิตเนต และอาหารเพื่อสุขภาพ จนคนเริ่มเบื่อหน่าย
- ชีวิตไร้ส่วนเกิน คือ ปรากฏการณ์ที่คนจำนวนมากต้องการสร้างความเรียบง่ายให้กับชีวิตในทุกๆมิติ
- คืนยุคโลว์เทค คือ การที่คนเริ่มหันมาใช้อุปกรณ์ที่มีความเรียบง่ายมากขึ้น เช่น ใช้มือถือ 2G หรือกลับไปอ่านหนังสือกระดาษมากขึ้น
- ใส่ใจ ใส่เงิน คือ การที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับธุรกิจที่เน้นความใส่ใจในตัวสินค้าหรือบริการ เช่น มีอักษรให้คนตาบอดบนผลิตภัณฑ์ การรับผู้พิการมาทำงาน หรือแม้แต่อุปกรณ์ที่ช่วยแก้ปัญหาเรื่องความเหงา เป็นต้น
- ริษยาพัฒนา คือ การที่บริษัทต่างๆพยายามเลียนแบบบริษัทอื่นเนื่องมากจากความกลัวที่จะถูกทิ้งเอาไว้เบื้องหลัง จึงทำการทุ่มเททรัพยากรมหาศาลในการสร้างนวัตกรรมที่ไม่เกิดผลลัพธ์ใดๆ จนลืมจุดแข็งของบริษัทที่ทำให้ตนประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้
- ทบทวนจักรกล คือ ในยุคสมัยที่หุ่นยนต์มาอยู่ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ ทำให้มนุษย์ต้องกลับมาทบทวนท่าทีและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับหุ่นยนต์
- คุณธรรมหวังผล คือ การที่ผู้ประกอบการต่างเร่งทำความดีมากกว่าในอดีตโดยที่ไม่ได้ถูกบีบบังคับ
- รวยแล้วคืน คือ แม้ว่าคนมีอันจะกินทั้งหลายจะต้องการที่จะรวยมากขึ้นไปอีกเรื่อยๆและต้องการความหรูหราขั้นสุด แต่ก็อาจรู้สึกผิดที่ตนมีส่วนในการทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม ต่างจึงพยายามหาทางตอบแทนสังคม โดยการทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นที่ไม่ได้อยู่ชนชั้นเดียวกับตน
- ภักดีเชิงรับ คือ ลูกค้าที่เหมือนจะมีความภักดีกับแบรนด์ แต่ก็สามารถเปลี่ยนใจได้อย่างรวดเร็วโดยมีแรงจูงใจจากราคาและผลประโยชน์ที่ได้รับ เพราะฉะนั้นบริษัทควรสร้างความภักดีเชิงรุก คือ ค่านิยม คุณค่า ความรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับแบรนด์ให้เกิดขึ้น
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น