วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2564

Permaculture

 Permaculture (วัฒนธรรมถาวร)


จริยธรรมของเพอร์มาคัลเชอร์ คือ การเอาใจใส่ต่อโลก การเอาใจใส่ต่อเพื่อนมนุษย์ และการแบ่งปันเวลา เงิน และพลังงานส่วนเกิน

หลักการของเพอร์มาคัลเชอร์ ได้แก่

  • การออกแบบที่ตั้งของสิ่งต่างๆ (เช่น บ้าน สระน้ำ สวนเกษตร เล้าไก่ แนวกันลม) ให้มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ส่วนใหญ่จะเริ่มจากจุดที่สำคัญที่สุด คือ บ้านพัก
  • องค์ประกอบแต่ละอย่างมีหลายหน้าที่ เช่น บ่อน้ำใช้รดต้นไม้ ใช้เลี้ยงสัตว์ และใช้ควบคุมไฟป่าเป็นต้น หรือ ปลูกต้นกระถินเพื่อใช้เป็นแนวกันลม ใช้เป็นอาหารสัตว์ ใช้เป็นไม้ฟืน และใช้ตรึงไนโตรเจนให้กับดินเป็นต้น อาจทำการ์ดดัชนีเพื่อระบุพืชแต่ละชนิดว่ามีวงจรชีวิต ชอบแสงแดด น้ำ ดิน อย่างไร ใช้ประโยชน์อย่างไรได้บ้าง
  • แต่ละหน้าที่สำคัญมีองค์ประกอบสนับสนุนหลายองค์ประกอบ เช่น ปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ต้องมีพืชปีเดียวกับพืชหลายปีประกอบกัน หรือ การกักน้ำที่ผิวดินและการไถพรวนลงดินชั้นล่างเพื่อให้น้ำส่วนเกินซึมเติมให้น้ำบาดาล
  • การวางแผนผังเพื่อให้ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ
    • แบ่งที่ดินเป็นโซนไล่จากโซนที่มีกิจกรรมสูงสุด เช่น โซน 0 (บ้าน), 1 (แปลงผัก), 2 (สวนไม้ผล บ่อน้ำ), 3 (ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์), 4 (ป่าธรรมชาติ) โดยมีถนนเป็นจุดเชื่อม
    • วางแผนพลังงานธรรมชาติ คือ ทิศทางพระอาทิตย์ขึ้นลงในแต่ละฤดู การสะท้อนของแสงของบ่อน้ำ ทิศทางไฟป่า ทิศทางลมที่พัดความเย็นและความร้อนหรือฝุ่น การไหลของน้ำ บริเวณที่มีน้ำท่วม
    • ความลาดชันของพื้นที่ เพื่อกำหนดฝายกั้นน้ำ แท็งค์น้ำ บ่อบาดาล ถนน ทางระบายน้ำ
  • ใช้ทรัพยากรชีวภาพทำงานแทนเราให้มากที่สุด เช่น ใช้ไก่หรือหมูในการไถพรวนหน้าดินและกำจัดวัชพืช ควบคุมแมลงโดยการปลูกผักชีลาว ผักชีฝรั่ง ดอกดาวเรืองเพื่อล่อแมลงศัตรูธรรมชาติ หรือมีบ่อน้ำเพื่อให้กบมาอาศัย หรือมีไม้พุ่มเพื่อให้นกกินแมลงมาอาศัย ปลูกกระถินณรงค์ กระถินบ้าน ขี้เหล็ก มะแฮะเพื่อเพิ่มธาตุอาหารให้ดิน ปุ๋ยจากมูลสัตว์ต่างๆ ไส้เดือนเพิ่มอากาศให้ดิน ผึ้งช่วยผสมเกสร สุนัขช่วยเฝ้าสวน
  • การหมุนเวียนใช้พลังงาน ใช้พลังงานจากธรรมชาติ (แสงแดด น้ำ ลม มูลสัตว์) ตั้งแต่จุดที่มีพลังงานสูงสุดลงมาจนถึงจุดต่ำสุด เช่น การขุดสระจากพื้นที่เนินไล่ลงมาหลายๆสระเพื่อไม่ให้เสียประโยชน์จากแรงโน้นถ่วง เศษอาหารทำเป็นปุ๋ยหมัก น้ำจากครัวเรือนระบายไปที่สวน เศษใบไม้ใช้คลุมดิน
  • ใช้พื้นที่ขนาดเล็กอย่างเข้มข้น เราควรเป็นเจ้าของพื้นที่เพียงเท่าที่เราสามารถดูแลเพาะปลูก เก็บเกี่ยวโดยใช้เทคโนโลยีขนาดเล็กเท่านั้น พื้นที่ที่เหลือควรปล่อยไว้ ให้ธรรมชาติคงความสลับซับซ้อนเอาไว้
    • ปลูกพืชลดหลั่นตามความสูงเลียนแบบป่าธรรมชาติ  ได้แก่ ไม้สูง (ยางนา สะตอ พฤกษ์ ประดู่ ซ้อ) ไม้ผลอายุสั้น ขนาดเล็กลงมา (ลำไย มะม่วง ขนุน กระท้อน มังคุด มะขาม) ไม้บุกเบิกโตเร็ว กลุ่มพืชตระกูลถั่ว เพื่อคลุมดิน ให้ร่มเงา ตรึงไนโตรเจน (กระถินยักษ์ แคบ้าน แคฝรั่ง ขี้เหล็ก) พืชยืนต้นอายุสั้นเพื่อคลุมดิน ควบคุมวัชพืช (มะละกอ กล้วย) กลุ่มไม้เตี้ยยืนต้น (ผักหวาน มะยม พุทรา หม่อน) โดยเว้นระยะห่างขึ้นกับความต้องการน้ำและแสง พืชทนแล้งต้องเว้นระยะห่างมากกว่า ส่วนเขตร้อนสามารถปลูกชิดกันได้
    • การเหลื่อมเชิงเวลา คือ การใช้ประโยชน์แบบหมุนเวียน เช่น การปลูกพืชสลับกับการเลี้ยงสัตว์
  • การเร่งวิวัฒนาการ โดยในธรรมชาติจะมีวิวัฒนาการ เช่น พื้นที่เลี้ยงสัตว์เดิม เมื่อทิ้งไว้จะมีวัชพืชและพืชบุกเบิกขึ้นมาปกคลุมทำให้ดินร่วนซุย ลดเกลือในดิน ช่วยกักเก็บความชุ่มชื้น ทำให้เหมาะกับการที่พืชที่วิวัฒนาการสูงขึ้น เราอาจเร่งโดยหาอะไรมาคลุมวัชพืชหรือตัดฟันแล้วปลูกต้นไม้ใหญ่ หรือถ้าผืนดินยังไม่เหมาะสมก็ปลูกพืชตระกูลถั่วรอให้ดินดีก่อน
  • การปลูกพืชที่มีความหลากหลาย เลือกพืชที่ที่เอื้อประโยชน์กัน เช่น ปลูกไม้ผลแล้วปลูกถั่วมะแฮะหรือถั่วพุ่มคลุมดินเพื่อคุมหญ้า ทำให้ไม้ผลเจริญเติบโตได้ดี ปลูกต้นไม้เป็นแนวกันลมหรือทำให้เกิดร่มรำไร นอกจากนี้ยังช่วยลดการระบาดของศัตรูพืช ช่วยให้มีผลผลิตกระจายตลอดปี
  • รอยต่อระหว่างระบบนิเวศจะมีผลิตภาพสูง เช่น ป่ากับทุ่งหญ้า ปากน้ำกับมหาสมุทร ผืนดินกับแผ่นน้ำ เราอาจสร้างระบบนิเวศขึ้นมาได้เอง เช่น การขุดสระ การถมเป็นเนินดิน หรือ การปลูกป่า เราอาจเพิ่มความหลากหลายโดยการขุนสระที่ความลึกต่างๆกัน ส่วนที่ตื้นอาจปลูกบัว อาจมีเกาะไผ่ หรือเกาะไม้พุ่มให้นกมาอาศัยกลางน้ำ นอกจากนี้รอยต่อยังเป็นตัวกำหนดพื้นที่ (แนวรั้ว ถนน ขอบสระ) รอยต่อที่โค้งไปมาจะช่วยเพิ่มพื้นที่ เช่น ขอบสระที่โค้งไปมาจะปลูกต้นไม้ได้เพิ่มขึ้น ต้นไม้ที่แนวปลูกโค้งไปมาจะได้จำนวนต้นมากกว่า รั้วที่หยักไปมาจะต้านลมได้ดีกว่า

 

ตัวอย่าง


การปลูก banana/papaya circle โดยการขุดหลุมกว้าง 2 เมตร ลึก 0.6-1 เมตร นำดินมาทำเป็นเนินรอบหลุม นำกระดาษ เศษใบกล้วย กิ่งไม้มาใส่หลุม 15-20 ซม. แล้วใส่อินทรียวัตถุจนพูนปากหลุม แล้วปลูกกล้วย 4 ต้น มะละกอ 4 ต้น และมันเทศ 8-10 หัวที่ปากหลุม


การปลูกพืชร่วม ได้แก่ ไม้ผลหลัก ไม้ดอก (ให้ผลและดึงดูดตัวห้ำ ตัวเบียน) และไม้ตระกูลถั่ว

 

ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก

 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น