สรุปหนังสือ The Body Keeps the Score โดย Bessel van der Kolk
💥 เข้าใจ "บาดแผลทางใจ" หรือ Trauma
✅ 1. Trauma เกิดได้กับทุกคน ไม่ใช่แค่ทหารผ่านศึก
-
Trauma คือประสบการณ์ที่รุนแรงเกินรับมือ เช่น สงคราม, การข่มขืน, อุบัติเหตุ, หรือการถูกทำร้ายในวัยเด็ก
-
ส่งผลให้เกิด PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ซึ่งส่งผลทั้งต่อร่างกายและจิตใจ เช่น ซึมเศร้า เสพติด และปัญหาสัมพันธภาพ
🧠 2. สมองและร่างกายจำความเจ็บปวดได้
-
เวลามี flashback หรือการรำลึกถึงเหตุการณ์เลวร้าย สมองจะเข้าสู่โหมดตื่นกลัวเหมือนเกิดเหตุการณ์จริง
-
การทำงานของสมองฝั่งเหตุผล (เช่น Broca’s area – ควบคุมการพูด) จะหยุดลง ทำให้พูดไม่ออก
-
ฮอร์โมนเครียดพุ่งสูงและตกช้า ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะ alert ตลอดเวลา
-
ความทรงจำแบบ trauma จะแม่นยำและคงอยู่ยาวนาน เช่น กลิ่น, เสียง, สีภาพ ต่างจากความทรงจำทั่วไปที่เลือนลาง
👧 3. เด็กที่เผชิญ trauma มีพัฒนาการและมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไป
-
เด็กที่มีบาดแผลในใจมัก ตีความสิ่งรอบตัวในแง่ร้าย
-
เช่น ภาพในนิตยสารธรรมดา เด็กทั่วไปเห็นเรื่องสนุก แต่เด็กที่เคยถูกกระทำอาจจินตนาการเรื่องรุนแรง
-
เมื่อเติบโต พวกเขาอาจมีปัญหาสุขภาพกาย จิตใจ และสัมพันธภาพ แม้จะจำเหตุการณ์ไม่ได้โดยชัดเจน
🧩 4. หนทางสู่การรักษาและเยียวยา
🔄 EMDR (Eye Movement Desensitization and Reprocessing)
-
การให้ผู้ป่วยตามนิ้วที่เคลื่อนไหวขณะรำลึกความทรงจำเจ็บปวด
-
ช่วยเปลี่ยนวิธีที่สมองจดจำ trauma จากภาพซ้ำเดิม -> เป็นแค่ “อดีต”
-
ผู้ป่วยสามารถ "เรียบเรียง" ความทรงจำใหม่ พร้อมความรู้สึกมีพลังควบคุมชีวิต
🧘♀️ Yoga
-
ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมารับรู้ร่างกาย เข้าใจอารมณ์ที่เกิดขึ้น
-
สร้างความมั่นใจและขจัดความหวาดกลัวต่อร่างกาย
-
ตัวอย่างเช่น ท่าที่ทำให้รู้สึกอ่อนแอสามารถกลายเป็นโอกาสในการรับรู้ความเจ็บปวดและก้าวผ่านมัน
🧠 Neurofeedback
-
การฝึกสมองให้ผลิต คลื่นอัลฟา (คลื่นแห่งความสงบ) โดยดูภาพคลื่นสมองแบบ real-time
-
ช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้การควบคุมอารมณ์และลดอาการ PTSD
-
มีลักษณะเหมือนเล่นวิดีโอเกมเพื่อ “ฝึกสมองให้สงบ”
🧘 5. Mindfulness และเครือข่ายสนับสนุน
-
Mindfulness: การรับรู้อารมณ์ของตนโดยไม่ผลักไสความเจ็บปวด
-
เป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟู เพราะ trauma มักทำให้เราตัดขาดจากตนเอง
-
การมี กลุ่มสนับสนุน เช่น เพื่อน คนในครอบครัว องค์กรศาสนา หรือกลุ่มบำบัด ช่วยให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว
🧠 สรุปสุดท้าย:
Trauma ไม่ได้แค่ “อยู่ในหัว” – มันฝังในร่างกาย สมอง และจิตใจ
แต่ข่าวดีคือ สมองสามารถเปลี่ยนแปลงได้
ด้วยวิธีการเยียวยา เช่น EMDR, yoga, neurofeedback, mindfulness และการเชื่อมโยงกับผู้อื่น ผู้ป่วยสามารถกลับมาควบคุมชีวิตและเยียวยาบาดแผลได้
.webp)
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น