วันเสาร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2568

The Body Keeps the Score


 

สรุปหนังสือ The Body Keeps the Score โดย Bessel van der Kolk


💥 เข้าใจ "บาดแผลทางใจ" หรือ Trauma

1. Trauma เกิดได้กับทุกคน ไม่ใช่แค่ทหารผ่านศึก

  • Trauma คือประสบการณ์ที่รุนแรงเกินรับมือ เช่น สงคราม, การข่มขืน, อุบัติเหตุ, หรือการถูกทำร้ายในวัยเด็ก

  • ส่งผลให้เกิด PTSD (Post-Traumatic Stress Disorder) ซึ่งส่งผลทั้งต่อร่างกายและจิตใจ เช่น ซึมเศร้า เสพติด และปัญหาสัมพันธภาพ


🧠 2. สมองและร่างกายจำความเจ็บปวดได้

  • เวลามี flashback หรือการรำลึกถึงเหตุการณ์เลวร้าย สมองจะเข้าสู่โหมดตื่นกลัวเหมือนเกิดเหตุการณ์จริง

  • การทำงานของสมองฝั่งเหตุผล (เช่น Broca’s area – ควบคุมการพูด) จะหยุดลง ทำให้พูดไม่ออก

  • ฮอร์โมนเครียดพุ่งสูงและตกช้า ทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะ alert ตลอดเวลา

  • ความทรงจำแบบ trauma จะแม่นยำและคงอยู่ยาวนาน เช่น กลิ่น, เสียง, สีภาพ ต่างจากความทรงจำทั่วไปที่เลือนลาง


👧 3. เด็กที่เผชิญ trauma มีพัฒนาการและมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไป

  • เด็กที่มีบาดแผลในใจมัก ตีความสิ่งรอบตัวในแง่ร้าย

  • เช่น ภาพในนิตยสารธรรมดา เด็กทั่วไปเห็นเรื่องสนุก แต่เด็กที่เคยถูกกระทำอาจจินตนาการเรื่องรุนแรง

  • เมื่อเติบโต พวกเขาอาจมีปัญหาสุขภาพกาย จิตใจ และสัมพันธภาพ แม้จะจำเหตุการณ์ไม่ได้โดยชัดเจน


🧩 4. หนทางสู่การรักษาและเยียวยา

🔄 EMDR (Eye Movement Desensitization and Reprocessing)

  • การให้ผู้ป่วยตามนิ้วที่เคลื่อนไหวขณะรำลึกความทรงจำเจ็บปวด

  • ช่วยเปลี่ยนวิธีที่สมองจดจำ trauma จากภาพซ้ำเดิม -> เป็นแค่ “อดีต”

  • ผู้ป่วยสามารถ "เรียบเรียง" ความทรงจำใหม่ พร้อมความรู้สึกมีพลังควบคุมชีวิต

🧘‍♀️ Yoga

  • ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมารับรู้ร่างกาย เข้าใจอารมณ์ที่เกิดขึ้น

  • สร้างความมั่นใจและขจัดความหวาดกลัวต่อร่างกาย

  • ตัวอย่างเช่น ท่าที่ทำให้รู้สึกอ่อนแอสามารถกลายเป็นโอกาสในการรับรู้ความเจ็บปวดและก้าวผ่านมัน

🧠 Neurofeedback

  • การฝึกสมองให้ผลิต คลื่นอัลฟา (คลื่นแห่งความสงบ) โดยดูภาพคลื่นสมองแบบ real-time

  • ช่วยให้ผู้ป่วยเรียนรู้การควบคุมอารมณ์และลดอาการ PTSD

  • มีลักษณะเหมือนเล่นวิดีโอเกมเพื่อ “ฝึกสมองให้สงบ”


🧘 5. Mindfulness และเครือข่ายสนับสนุน

  • Mindfulness: การรับรู้อารมณ์ของตนโดยไม่ผลักไสความเจ็บปวด

  • เป็นเครื่องมือสำคัญในการฟื้นฟู เพราะ trauma มักทำให้เราตัดขาดจากตนเอง

  • การมี กลุ่มสนับสนุน เช่น เพื่อน คนในครอบครัว องค์กรศาสนา หรือกลุ่มบำบัด ช่วยให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกโดดเดี่ยว


🧠 สรุปสุดท้าย:

Trauma ไม่ได้แค่ “อยู่ในหัว” – มันฝังในร่างกาย สมอง และจิตใจ
แต่ข่าวดีคือ สมองสามารถเปลี่ยนแปลงได้
ด้วยวิธีการเยียวยา เช่น EMDR, yoga, neurofeedback, mindfulness และการเชื่อมโยงกับผู้อื่น ผู้ป่วยสามารถกลับมาควบคุมชีวิตและเยียวยาบาดแผลได้

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น