วันเสาร์ที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2568

Global Risks Report 2025

Global Risks Report 2025 (World Economic Forum)


ภาพรวม & แนวโน้มสำคัญ

  • โลกกำลังเผชิญกับภูมิทัศน์ที่ถูกแบ่งขั้วมากขึ้น (“fractured global landscape”) — ทั้งในมิติภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งแวดล้อม สังคม เทคโนโลยี และเศรษฐกิจ
  • รายงานนี้อาศัย “Global Risks Perception Survey 2024-2025 (GRPS)” ที่เก็บความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญกว่า 900 คนทั่วโลก
  • มีการวิเคราะห์ความเสี่ยงออกเป็น 3 ช่วงเวลา: ระยะปัจจุบัน / ระยะสั้น–กลาง (ถึง ~2027) / ระยะยาว (ถึง ~2035)
  • ภาพรวม “ความมองโลกในแง่ดี” (optimism) ลดต่ำลง — ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คาดว่าอนาคตจะไม่สงบมากนักในทั้งระยะสั้นและระยะยาว

แนวโน้มความเสี่ยงสำคัญตามมิติ

ภูมิรัฐศาสตร์ & เศรษฐกิจระหว่างประเทศ

  • ความขัดแย้งระหว่างรัฐ (state-based armed conflict)” ถูกมองว่าเป็น ความเสี่ยงอันดับ 1 ในช่วงปัจจุบันโดย 23% ของผู้ตอบแบบสอบถาม
  • ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (“geoeconomic confrontation”) มีการเลื่อนตัวขึ้นในการจัดลำดับความเสี่ยงระยะ 2 ปี
  • จุดที่น่าสังเกต: ข้อมูลเท็จ / ข่าวปลอม / การบิดเบือนข้อมูล (misinformation / disinformation) ขึ้นมาเป็นความเสี่ยงอันดับต้น ๆ ในระยะ 2 ปี โดยถูกมองว่าเป็นเครื่องมือที่อาจถูกใช้ในสงครามข้อมูลหรือเพื่อโน้มน้าวความเชื่อของผู้คน

มิติสังคม & ความเปราะบางภายใน

  • ความไม่เท่าเทียม (inequality)” ถูกมองว่าเป็น ความเสี่ยงศูนย์กลาง (central risk)เพราะเป็นทั้งตัวถูกกระทบและตัวกระตุ้นความเสี่ยงอื่น ๆ
  • ความแตกแยกทางสังคม (societal polarization), การอพยพหรือพลัดถิ่น (involuntary migration / displacement), การสลายสิทธิพลเมือง (erosion of human rights / civic freedoms) อยู่ในอันดับสูงในลำดับความเสี่ยงระยะสั้น
  • ถึงแม้ว่าความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เช่น ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (economic downturn) และอัตราเงินเฟ้อ (inflation) จะถูกให้ความสำคัญน้อยลงบ้าง แต่ผลกระทบจาก “วิกฤตค่าครองชีพ” ยังคงเป็นปัจจัยหนุนให้ความไม่เท่าเทียมเติบโตขึ้น
  • ในระยะยาว ประเทศสังคม “แก่ตัว” (super-ageing societies) เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อิตาลี เยอรมนี อาจเผชิญปัญหาการเกษียณอายุ แรงงานลด และภาระดูแลผู้สูงอายุที่สูงขึ้น

สิ่งแวดล้อม & ภัยธรรมชาติ

  • ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มเลวร้ายขึ้น — ทั้งความรุนแรงและความถี่ของเหตุการณ์สุดขั้ว (extreme weather) เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
  • ในช่วง 10 ปีข้างหน้า “ภัยธรรมชาติรุนแรง (extreme weather events)” ถูกคาดหมายให้อยู่ในอันดับ 1 ของรายการความเสี่ยง
  • การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ / การล่มสลายของระบบนิเวศ (biodiversity loss / ecosystem collapse)” อยู่ในอันดับ 2 ของความเสี่ยงระยะยาว และแสดงทิศทาง “แย่ลง” เมื่อเทียบกับอันดับในมุมมองระยะสั้น
  • มีความแตกต่างในการรับรู้ตามช่วงอายุ — คนหนุ่มสาวกังวลเรื่องมลพิษ (pollution) และสิ่งแวดล้อมมากกว่าคนวัยอื่น ๆ

เทคโนโลยี & ความเสี่ยงนวัตกรรม

  • ความเสี่ยงที่เกิดจาก AI / เทคโนโลยี (adverse outcomes of AI / frontier technologies) ยังไม่ได้อยู่ในอันดับต้น ๆ ในมุมมอง 2 ปี แต่มีแนวโน้มขึ้นในอันดับความเสี่ยงระยะ 10 ปี
  • รายงานให้ความสนใจกับบทบาทของ Generative AI ที่สามารถสร้างข้อมูลเท็จ/บิดเบือนในปริมาณมาก และมีผลต่อความแตกแยกสังคม
  • ในภาควิชา biotech / เทคโนโลยีชีวภาพ (biotech) มีความเสี่ยง “ที่โอกาสต่ำแต่ผลกระทบสูง (low-probability, high-impact)” อย่างเช่น การใช้เทคโนโลยีพันธุวิศวกรรม (gene editing) ไปในทางที่ผิด การโจมตีทางชีวภาพ และเทคโนโลยีอนาคตอื่น ๆ เช่น brain-computer interfaces

 

ประเด็นสำคัญ & ข้อแนะนำเชิงยุทธศาสตร์

  • โลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่การ แตกแยก (fragmentation) ทางภูมิรัฐศาสตร์ สังคม และความร่วมมือระหว่างประเทศ ลึกซึ้งขึ้น — การดำเนินการร่วมกันระหว่างรัฐอาจลดน้อยลง
  • ผู้เชี่ยวชาญ 64% เชื่อว่า “โลกแบบหลายขั้ว / แตกกระจาย (multipolar or fragmented order)” จะเป็นลักษณะระบบโลกในอีกสิบปีข้างหน้า — แนวโน้มที่ประเทศกลาง / ประเทศกำลังพัฒนา (เช่น จีน อินเดีย และกลุ่มประเทศในอ่าว) จะมีบทบาทมากขึ้น
  • ถึงแม้ระเบียบโลกที่ตั้งอยู่บนระบบพันธมิตรตะวันตก (Western-led global order) อาจลดบทบาทลง แต่ยังคงมีอิทธิพลสำคัญในหลายมิติ
  • รายงานเน้นว่า “ถึงเวลาแล้วที่จะลงมือ” — แม้โลกจะแตกแยก แต่การเผชิญหน้าปัญหาร่วมกัน เช่น ภูมิอากาศ สาธารณสุข ความไม่เท่าเทียม ต้องใช้การประสานงานระหว่างประเทศ, การเจรจา, ความร่วมมือ และโครงสร้างใหม่ ๆ ที่สามารถรับมือกับความเสี่ยงที่ซับซ้อนได้

 คนธรรมดาทำได้จริง” เพื่อลดความเสี่ยงระดับโลก

🌍 1. ด้านสิ่งแวดล้อม (Climate & Nature Risk)

🔹 สิ่งที่ทำได้จริง

  • ลดรอยเท้าคาร์บอน (Carbon footprint):
    • เดิน–ปั่น–ขนส่งสาธารณะ
    • ลดเที่ยวบินระยะสั้น, ใช้พลังงานสะอาด
  • ลดการบริโภคเกินจำเป็น (Overconsumption):
    ซื้อให้น้อยลงแต่คุณภาพดี ใช้ซ้ำ ซ่อม แทนการทิ้ง
  • เลือกลงทุน/ฝากเงินในกองทุนที่เป็น ESG หรือ Green Fund เพื่อหนุนธุรกิจที่ยั่งยืน
  • ปลูกต้นไม้หรือสนับสนุนโครงการฟื้นฟูระบบนิเวศ (Reforestation / Carbon offset)

💡 ทำไมสำคัญ

รายงานปี 2025 ระบุว่า “Extreme weather” และ “Ecosystem collapse” เป็นความเสี่ยงอันดับ 1–2 ของโลกใน 10 ปีข้างหน้า — การลดรอยเท้าคาร์บอนของแต่ละคนช่วยลดแรงกดดันระบบโดยตรง


🧠 2. ด้านเทคโนโลยีและข้อมูล (AI, misinformation, privacy)

🔹 สิ่งที่ทำได้จริง

  • ตรวจสอบแหล่งข่าวก่อนแชร์ (Fact-check)ใช้แหล่งเชื่อถือ เช่น Reuters, BBC Verify, AFP Fact Check
  • ฝึก “digital hygiene” เช่น
    • ไม่คลิกลิงก์สุ่ม
    • ใช้ password manager, เปิด 2FA
    • ระวัง deepfake / AI-generated content
  • เรียนรู้เรื่อง AI & data literacyเข้าใจหลักการทำงานของ AI เพื่อรู้ทันอคติ (bias) และป้องกันการถูกชักจูง

💡 ทำไมสำคัญ

รายงานชี้ว่า “Misinformation/Disinformation” คือหนึ่งใน Top 3 Global Risks ปี 2025การที่คนทั่วไป “แชร์โดยไม่เช็ก” เป็นเชื้อไฟให้สงครามข้อมูลทั่วโลก


🕊️ 3. ด้านสังคมและความแตกแยก (Social & Political Polarization)

🔹 สิ่งที่ทำได้จริง

  • ฝึก “critical empathy”ฟังคนเห็นต่างโดยไม่ตัดสินเร็ว
  • เข้าร่วมกิจกรรมชุมชน / อาสา / กลุ่มที่มีเป้าหมายร่วมกัน เพื่อสร้าง “trust capital” ในสังคม
  • ลด echo chamberตั้งใจติดตามสื่อที่มุมมองแตกต่างจากตนเองบ้าง
  • สนับสนุนสิทธิมนุษยชนและความเท่าเทียมในวงเล็ก ๆ เช่น ที่ทำงาน โรงเรียน ชุมชน

💡 ทำไมสำคัญ

WEF 2025 ระบุว่า “Societal polarization” และ “Erosion of trust” เป็นจุดเริ่มของความไม่มั่นคงทางการเมือง และอาจนำไปสู่ความรุนแรงหรือสงครามภายในรัฐ


💰 4. ด้านเศรษฐกิจและการเงิน (Economic & Systemic Risks)

🔹 สิ่งที่ทำได้จริง

  • สร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน (Financial resilience):
    • เก็บเงินฉุกเฉิน 6 เดือน
    • กระจายการลงทุน (ไม่ลงที่เดียว)
    • ลดหนี้ดอกสูง
  • ลงทุนในตนเอง เช่น ความรู้ดิจิทัล ภาษา ทักษะใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับโลกที่เปลี่ยนเร็ว
  • สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy)

💡 ทำไมสำคัญ

รายงานเตือนว่า “ค่าใช้จ่ายดำรงชีวิตสูง–ความไม่เท่าเทียมทางเศรษฐกิจ” เป็นแรงเสียดทานที่ทำให้ระบบเปราะบาง
คนที่มี “safety buffer” จะลดผลกระทบจาก shock ได้มากที่สุด


🧬 5. ด้านสุขภาพและภัยพิบัติ (Health, Bio & Emergency)

🔹 สิ่งที่ทำได้จริง

  • เตรียมความพร้อมขั้นพื้นฐานในครัวเรือน เช่น อาหาร น้ำ ยา ไฟฉาย
  • อัปเดตวัคซีนและสุขอนามัย
  • รู้เบื้องต้นเรื่องโรคอุบัติใหม่และข่าวสารจาก WHO/กรมควบคุมโรค
  • สนับสนุนระบบสาธารณสุขเข้มแข็ง เช่น บริจาคโลหิต / อาสาในโครงการสุขภาพ

💡 ทำไมสำคัญ

ความเสี่ยง “การระบาดใหม่ / bio risk” ถูกจัดเป็น “low probability – high impact” ในรายงาน ซึ่งหมายความว่าเกิดไม่บ่อย แต่เมื่อเกิดแล้วกระทบสูงมาก (เช่น COVID-19)


🧭 6. ด้านจิตใจและความหมายชีวิต (Psychological Resilience)

🔹 สิ่งที่ทำได้จริง

  • ดูแลสุขภาพจิตของตนเองและคนรอบข้าง — mindfulness, community support
  • สร้าง “purpose” ในชีวิตและการงาน จะช่วยเพิ่มแรงจูงใจและลดความกลัวต่อความไม่แน่นอน
  • ไม่เสพข่าวจนเกินพอดี (information diet)จำกัดเวลาอ่านข่าวลบ

💡 ทำไมสำคัญ

โลกที่ “เสี่ยงสูง–ข้อมูลล้น–ข่าวร้ายรายวัน” ทำให้คนจำนวนมากหมดพลัง
WEF ชี้ว่า “resilient mindset” ของพลเมืองทั่วไป คือรากฐานของเสถียรภาพระดับประเทศ


🧩 สรุปสั้น ๆ: สูตร “ลด Global Risk แบบประชาชนคนหนึ่ง”

หมวด

สิ่งที่ทำได้จริง

🌿 สิ่งแวดล้อม

ใช้ชีวิต Low-carbon, ซื้อให้น้อยลง, ลงทุนใน Green fund

🧠 เทคโนโลยี

ตรวจสอบข่าวก่อนแชร์, รู้เท่าทัน AI

🕊️ สังคม

สร้างความไว้ใจในชุมชน, เคารพความเห็นต่าง

💰 เศรษฐกิจ

ออม–ลดหนี้–กระจายการลงทุน

🧬 สุขภาพ

เตรียมพร้อมพื้นฐาน, ติดตามข้อมูลเชื่อถือได้

🧭 จิตใจ

สร้างสติและความหมายในชีวิต


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น