“DCA ซื้อ index fund” VS “DCA ซื้อหุ้นรายตัว”
งานวิจัยเรื่องเลือกหุ้นเอง / active
vs index
ถ้านักลงทุน DCA เลือกหุ้นเอง + buy & hold นาน ๆ
ผลงานเทียบกับการ DCA ลง index fund
buy & hold เป็นอย่างไร?
งานส่วนใหญ่ไม่ได้พูดคำว่า “DCA” ตรง ๆ แต่เป็นพฤติกรรมจริงของนักลงทุน (ทยอยซื้อเรื่อย ๆ อยู่แล้ว)
และเปรียบเทียบกับตลาดหรือ index
1 นักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นเอง
- งานระดับตำนาน “Trading Is Hazardous to Your Wealth”
(Barber & Odean, 2000) ดูข้อมูลบัญชี 66,465 ครัวเรือนในสหรัฐฯ ช่วง 1991-1996 พบว่า:
- ผลตอบแทนเฉลี่ยของนักลงทุนรายย่อยอยู่ประมาณ 11.4% ต่อปี
- ขณะที่ตลาด (benchmark) ได้ 17.9% ต่อปี
- กลุ่มที่ “เทรดเยอะ” ยิ่ง underperform หนักกว่า
เพราะค่าธรรมเนียม+ภาษี+การตัดสินใจผิดจังหวะ (Haas
School of Business)
- ในบทรีวิวใหญ่ “The Behavior of Individual Investors”
(Barber & Odean, 2013) สรุปว่า:
- นักลงทุนรายย่อย ถือพอร์ตที่กระจุกตัวมาก (หุ้นไม่กี่ตัว)
- มี home bias, chase past winners, panic sell ฯลฯ
- โดยเฉลี่ย ผลตอบแทนต่ำกว่า index หลังหักต้นทุน,
และ มีความผันผวน/maximum drawdown สูงกว่า เพราะขาด diversification
(Haas School of
Business)
- งานของ Bessembinder “Do Stocks Outperform Treasury
Bills?” (2018) วิเคราะห์หุ้นทุกตัวในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1926
พบว่า
- ส่วนใหญ่ของหุ้นรายตัว ให้ผลตอบแทนระยะยาว “แย่กว่า Treasury
bills”
- เกือบทั้งหมดของความมั่งคั่งในตลาดหุ้นมาจากหุ้นประมาณ 4% บนสุด ที่ให้ผลตอบแทนระดับเทพ
- แปลว่า ถ้าเราเลือกหุ้นไม่กี่ตัวแล้ว “พลาด” ตัวท็อปเหล่านี้ จะ underperform
ตลาดรวมได้ง่ายมาก
- การถือ index กว้าง ๆ ทำให้ เราได้สิทธิ์ถือหุ้นดาวเด่นเหล่านี้โดยอัตโนมัติ
(ScienceDirect)
2 Active fund vs index (เป็น proxy ของ “มืออาชีพเลือกหุ้นให้”)
- SPIVA
Scorecard ของ S&P Global (รายงานทุกปี)
สรุปว่า:
- ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ของ กองทุน active >
80–90% จะ underperform ดัชนีเทียบเคียงเมื่อดูระยะยาว
10–15 ปี
- ใกล้ ๆ กันในหลายประเทศ (ออสเตรเลีย ยุโรป เอเชีย ฯลฯ) – ยิ่งถือยาว
ยิ่งมีกองที่แพ้ดัชนีมากขึ้น (S&P Global)
- John
Bogle (ผู้บุกเบิก index fund) แสดง
“คณิตศาสตร์ง่าย ๆ” ว่า:
- ก่อนหักค่าใช้จ่าย ผลตอบแทนเฉลี่ยของทุกคน = ผลตอบแทนตลาด
- หลังหักค่าใช้จ่ายรวม (fee, turnover, tax)
→ กลุ่มที่ใช้ต้นทุนสูง (เลือกหุ้น/กอง active) ต้อง underperform กลุ่มที่ใช้ต้นทุนต่ำ (index fund) โดยโครงสร้างของเกมเอง (John C. Bogle) - แหล่ง popular อย่าง Investopedia ก็สะท้อนงานวิจัยพวกนี้:
- ระบุตรง ๆ ว่า การใช้ DCA กับ index
fund “ปลอดภัยกว่าอย่างมาก” เมื่อเทียบกับ DCA ลงหุ้นรายตัวสำหรับนักลงทุนที่ไม่เชี่ยวชาญ (Investopedia)
ข้อสรุปของ “สายเลือกหุ้นเอง”:
โดยเฉลี่ยแล้ว
- ผลตอบแทนระยะยาว < index
- ความผันผวนและความเสี่ยง drawdown > index
เว้นแต่คุณจะอยู่ใน “กลุ่มส่วนน้อยที่เก่งจริง” ซึ่งงาน data ชี้ว่ามีน้อยมาก
DCA เลือกหุ้นรายตัวเอง 5–10 ตัว แล้วถือยาว
จากงาน Barber & Odean +
Bessembinder + งาน diversification:
- ผลตอบแทนระยะยาว (โดยเฉลี่ยของนักลงทุนทั่วไป)
- มักต่ำกว่า index ประมาณ 1–4% ต่อปีขึ้นกับพฤติกรรมเทรดและค่าใช้จ่าย
- โอกาส “ยิงเข้าเป้า” ไปโดนกลุ่มหุ้น 4% บนสุดที่ดันตลาดขึ้นสูง
ๆ มีค่อนข้างน้อย ถ้าถือหุ้นไม่เยอะมาก
- ความผันผวน
- พอร์ตที่มีหุ้นไม่กี่ตัวโดยทั่วไปมี ความผันผวนสูงกว่าดัชนี เพราะยังเหลือ
unsystematic risk เยอะ (งานเรื่อง diversification
ส่วนใหญ่บอกว่าต้องมี ~20–30 ตัวขึ้นไปถึงจะตัด
unsystematic risk ไปส่วนใหญ่ได้) (ResearchGate)
- เวลาเกิดเหตุไม่ดีเฉพาะบริษัท (fraud, disrupt, regulation) พอร์ตก็จะโดนเต็ม ๆ
- โอกาส underperform ตลาดรวม
- สูงกว่า index fund มาก: จาก SPIVA +
Barber & Odean + Bessembinder
- แต่ distribution กว้างมาก – มีส่วนน้อยที่ outperform
หนัก ๆ (superstar stock pickers) และส่วนใหญ่
underperform
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น