วันศุกร์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568

"DCA ซื้อ index fund" VS "DCA ซื้อหุ้นรายตัว"

 “DCA ซื้อ index fund” VS “DCA ซื้อหุ้นรายตัว”


งานวิจัยเรื่องเลือกหุ้นเอง / active vs index

ถ้านักลงทุน DCA เลือกหุ้นเอง + buy & hold นาน ๆ

ผลงานเทียบกับการ DCA ลง index fund buy & hold เป็นอย่างไร?

งานส่วนใหญ่ไม่ได้พูดคำว่า “DCA” ตรง ๆ แต่เป็นพฤติกรรมจริงของนักลงทุน (ทยอยซื้อเรื่อย ๆ อยู่แล้ว) และเปรียบเทียบกับตลาดหรือ index

1 นักลงทุนรายย่อยที่ถือหุ้นเอง

  • งานระดับตำนาน “Trading Is Hazardous to Your Wealth” (Barber & Odean, 2000) ดูข้อมูลบัญชี 66,465 ครัวเรือนในสหรัฐฯ ช่วง 1991-1996 พบว่า:
    • ผลตอบแทนเฉลี่ยของนักลงทุนรายย่อยอยู่ประมาณ 11.4% ต่อปี
    • ขณะที่ตลาด (benchmark) ได้ 17.9% ต่อปี
    • กลุ่มที่ “เทรดเยอะ” ยิ่ง underperform หนักกว่า เพราะค่าธรรมเนียม+ภาษี+การตัดสินใจผิดจังหวะ (Haas School of Business)
  • ในบทรีวิวใหญ่ “The Behavior of Individual Investors” (Barber & Odean, 2013) สรุปว่า:
    • นักลงทุนรายย่อย ถือพอร์ตที่กระจุกตัวมาก (หุ้นไม่กี่ตัว)
    • มี home bias, chase past winners, panic sell ฯลฯ
    • โดยเฉลี่ย ผลตอบแทนต่ำกว่า index หลังหักต้นทุน, และ มีความผันผวน/maximum drawdown สูงกว่า เพราะขาด diversification (Haas School of Business)
  • งานของ Bessembinder “Do Stocks Outperform Treasury Bills?” (2018) วิเคราะห์หุ้นทุกตัวในสหรัฐฯ ตั้งแต่ปี 1926 พบว่า
    • ส่วนใหญ่ของหุ้นรายตัว ให้ผลตอบแทนระยะยาว “แย่กว่า Treasury bills”
    • เกือบทั้งหมดของความมั่งคั่งในตลาดหุ้นมาจากหุ้นประมาณ 4% บนสุด ที่ให้ผลตอบแทนระดับเทพ
    • แปลว่า ถ้าเราเลือกหุ้นไม่กี่ตัวแล้ว “พลาด” ตัวท็อปเหล่านี้ จะ underperform ตลาดรวมได้ง่ายมาก
    • การถือ index กว้าง ๆ ทำให้ เราได้สิทธิ์ถือหุ้นดาวเด่นเหล่านี้โดยอัตโนมัติ (ScienceDirect)

2 Active fund vs index (เป็น proxy ของ “มืออาชีพเลือกหุ้นให้”)

  • SPIVA Scorecard ของ S&P Global (รายงานทุกปี) สรุปว่า:
    • ในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ของ กองทุน active > 80–90% จะ underperform ดัชนีเทียบเคียงเมื่อดูระยะยาว 10–15 ปี
    • ใกล้ ๆ กันในหลายประเทศ (ออสเตรเลีย ยุโรป เอเชีย ฯลฯ) – ยิ่งถือยาว ยิ่งมีกองที่แพ้ดัชนีมากขึ้น (S&P Global)
  • John Bogle (ผู้บุกเบิก index fund) แสดง “คณิตศาสตร์ง่าย ๆ” ว่า:
    • ก่อนหักค่าใช้จ่าย ผลตอบแทนเฉลี่ยของทุกคน = ผลตอบแทนตลาด
    • หลังหักค่าใช้จ่ายรวม (fee, turnover, tax)
      กลุ่มที่ใช้ต้นทุนสูง (เลือกหุ้น/กอง active) ต้อง underperform กลุ่มที่ใช้ต้นทุนต่ำ (index fund) โดยโครงสร้างของเกมเอง (John C. Bogle)
  • แหล่ง popular อย่าง Investopedia ก็สะท้อนงานวิจัยพวกนี้:
    • ระบุตรง ๆ ว่า การใช้ DCA กับ index fund “ปลอดภัยกว่าอย่างมาก” เมื่อเทียบกับ DCA ลงหุ้นรายตัวสำหรับนักลงทุนที่ไม่เชี่ยวชาญ (Investopedia)

ข้อสรุปของ “สายเลือกหุ้นเอง”:
โดยเฉลี่ยแล้ว

  • ผลตอบแทนระยะยาว < index
  • ความผันผวนและความเสี่ยง drawdown > index
    เว้นแต่คุณจะอยู่ใน “กลุ่มส่วนน้อยที่เก่งจริง” ซึ่งงาน data ชี้ว่ามีน้อยมาก

DCA เลือกหุ้นรายตัวเอง 5–10 ตัว แล้วถือยาว

จากงาน Barber & Odean + Bessembinder + งาน diversification:

  • ผลตอบแทนระยะยาว (โดยเฉลี่ยของนักลงทุนทั่วไป)
    • มักต่ำกว่า index ประมาณ 1–4% ต่อปีขึ้นกับพฤติกรรมเทรดและค่าใช้จ่าย
    • โอกาส “ยิงเข้าเป้า” ไปโดนกลุ่มหุ้น 4% บนสุดที่ดันตลาดขึ้นสูง ๆ มีค่อนข้างน้อย ถ้าถือหุ้นไม่เยอะมาก
  • ความผันผวน
    • พอร์ตที่มีหุ้นไม่กี่ตัวโดยทั่วไปมี ความผันผวนสูงกว่าดัชนี เพราะยังเหลือ unsystematic risk เยอะ (งานเรื่อง diversification ส่วนใหญ่บอกว่าต้องมี ~20–30 ตัวขึ้นไปถึงจะตัด unsystematic risk ไปส่วนใหญ่ได้) (ResearchGate)
    • เวลาเกิดเหตุไม่ดีเฉพาะบริษัท (fraud, disrupt, regulation) พอร์ตก็จะโดนเต็ม ๆ
  • โอกาส underperform ตลาดรวม
    • สูงกว่า index fund มาก: จาก SPIVA + Barber & Odean + Bessembinder
    • แต่ distribution กว้างมาก – มีส่วนน้อยที่ outperform หนัก ๆ (superstar stock pickers) และส่วนใหญ่ underperform

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น