Gold
ทำไม “ทองคำ”
ถึงดูเหมือนประเมินมูลค่าไม่ได้…แต่ยังควรลงทุน
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีประวัติยาวนานกว่าเงินตราและตลาดหุ้นใดๆ
มนุษย์ให้มูลค่ากับทองมาตลอดหลายพันปี ทั้งใช้เป็นเครื่องประดับ สะสมความมั่งคั่ง
ไปจนถึงใช้ค้ำประกันเงิน แต่ในโลกสมัยใหม่
เราไม่ได้ใช้ทองเป็นตัวค้ำเงินอีกต่อไปแล้ว รัฐบาลไม่ได้ “แลกเงินเป็นทองได้จริง”
อีกแล้ว เงินจึงเป็นสิ่งที่ “ไม่มีอะไรหนุนหลัง” นอกจาก ความเชื่อและศักยภาพการผลิตของระบบเศรษฐกิจ
(productivity)
แล้วทองที่ไม่ก่อให้เกิดกระแสเงินสด (ไม่มีดอก
ไม่มีปันผล) ควรลงทุนไหม? คำตอบคือ ควร แต่ด้วยเหตุผลที่ต้องเข้าใจอย่างถูกต้อง
1) ทองคำประเมินมูลค่ายาก เพราะ
“ไม่มีผลตอบแทนในตัวมันเอง”
สินทรัพย์อื่นเราประเมินด้วยตัวเลขได้ เช่น
|
สินทรัพย์ |
มูลค่ามาจากอะไร |
|
หุ้น |
กำไร กระแสเงินสด |
|
อสังหา |
ค่าเช่า +
ราคาประเมิน |
|
พันธบัตร |
ดอกเบี้ยตอบแทน |
แต่ทองคำ ไม่มี cash flow → จะประเมินมูลค่าด้วยสูตรตายตัวไม่ได้
ดังนั้น ราคาทองคำ = Demand vs Supply + ความเชื่อของมนุษย์รวมกัน
แต่ความเชื่อนี้…ยืนระยะมาได้ นานกว่าระบบการเงินใดๆ
2) เงินเฟ้อ + QE ทำให้เงินเสื่อมมูลค่าเร็วกว่าทอง
ปริมาณทองคำเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเพียง 1–2%
ต่อปี ตามการขุดในเหมือง
แต่ปริมาณเงินในระบบโลกเพิ่มขึ้นเร็วกว่ามาก โดยเฉพาะตอนเกิดวิกฤต
เช่น QE (Quantitative Easing)
- เงิน = สร้างได้ไม่จำกัด
- ทอง = เพิ่มได้อย่างจำกัด
เมื่อ เงินเยอะขึ้นแต่ทองเพิ่มน้อยกว่า → ทองแพงขึ้นเมื่อเทียบกับเงินในระยะยาว
ทองคือการป้องกันถูก “Dilution ของเงิน” โดยเฉพาะช่วงเงินเฟ้อสูง
3) เงินไม่ได้ Back ด้วยทองอีกแล้ว
: ขึ้นกับ Productivity
หลังปี 1971 (Nixon Shock) ดอลลาร์ไม่ผูกกับทองอีกต่อไป
มูลค่าเงินจึงขึ้นอยู่กับ
- Economic
Productivity
- Policy
ของประเทศผู้ออกเงิน
- ความเชื่อว่าภาครัฐรักษาเสถียรภาพได้
เมื่อความเชื่อสั่นคลอน เช่น วิกฤตธนาคาร
หนี้สาธารณะสูง
ทองคำกลายเป็น “เงินแบบไม่มีผู้ออก” (No
counterparty risk)
ความต้องการทองมักจะพุ่งขึ้น
4) ทองไม่ได้เป็นแค่ Store of Value…แต่เป็น Hedge ต่อ System Risk
ทองคำยังคงเป็น “เงินสกุลสุดท้าย”
ที่มนุษย์ไว้ใจในยามวิกฤต
|
สถานการณ์ |
บทบาททองคำ |
|
เงินเฟ้อสูง |
ปกป้องอำนาจซื้อ |
|
วิกฤตสถาบันการเงิน |
Safe haven |
|
ค่าเงินอ่อน |
ราคาทองในประเทศมักพุ่ง |
|
ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ |
ความต้องการสะสมทองเพิ่ม |
ทองคือ สินทรัพย์ประกันระบบการเงิน
(Systemic Hedge Asset)
5) Relative Valuation ของทอง :
เทียบอะไรได้บ้าง?
ทองไม่มีมูลค่าพื้นฐานชัด แต่สามารถประมาณ
“ความถูกแพงเชิงสัมพันธ์” ได้ เช่น
- เทียบกับอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Yield)
- เทียบกับสัดส่วนต่อเงินเฟ้อ (CPI)
- เทียบกับ Broad Money / Fed Balance Sheet
- เทียบกับ Silver (Gold/Silver Ratio)
- เทียบกับหุ้นเหมืองทอง (Gold vs Gold Miners)
ทองไม่ได้มีราคา เหมาะสม ที่แน่นอน
แต่มีราคา เหมาะสมเมื่อเทียบกับสิ่งอื่น
ทองแพงหรือต้องดูว่าคุณเทียบกับอะไร
ไม่ใช่ดูราคาเพียงตัวเลขเดียว
6) การลงทุนทองคำมีกี่ประเภท?
|
ประเภทการถือ |
ข้อดี |
ข้อควรระวัง |
|
ทองแท่ง /
เหรียญจริง |
ไม่มี Counterparty
risk |
เรื่องเก็บรักษา
เสียค่าผลิต-ค่าขายออก |
|
Gold ETF (เช่น GLD) |
สะดวก ซื้อขายเร็ว |
ยังต้องเชื่อใจผู้ออก
ETF |
|
Gold Futures |
ใช้เก็งกำไร
ราคาผันผวนสูง |
มี Leverage เสี่ยงสูง |
|
หุ้นเหมืองทอง |
มี cash flow |
ความเสี่ยงบริษัทสูงกว่าทอง |
|
ทองคำรูปพรรณ |
ใช้ได้จริง |
ค่า Premium สูง |
7) ทองควรมีสัดส่วนเท่าไหร่ในพอร์ต?
หลักการที่ใช้กันแพร่หลาย
|
กลยุทธ์ |
สัดส่วนทองคำ |
เหตุผล |
|
Risk Parity / All Weather |
5–15% |
Hedge ต่อดอกเบี้ย
เงินเฟ้อ |
|
Economic Uncertainty สูง |
15–25% |
ซื้อประกันวิกฤตระบบ |
|
ผู้ถือเงินอ่อนค่าเร็ว
(EM currencies) เช่น ไทย |
10–20% |
ค่าเงินบาทผันผวนมาก |
⭐ คำแนะนำสำหรับนักลงทุนทั่วไป
สะสมทอง “เพื่อประกันความเสี่ยง” ไม่ใช่
“เพื่อรวยเร็ว”
สรุป
|
ประเด็น |
ทองคำมีบทบาทอย่างไร |
|
มูลค่าพื้นฐาน |
ไม่มีวิธีประเมินชัดเจน |
|
ความมั่นคง |
สูงในระยะยาว |
|
ป้องกันเงินเฟ้อ |
ดีมากในช่วงเงินเฟ้อสูง |
|
ป้องกัน Systemic
Risk |
ถือว่าเป็นสินทรัพย์หลัก |
ทองไม่ใช่สินทรัพย์เพื่อเอาชนะตลาด แต่เป็น
“สินทรัพย์ที่ทำให้คุณไม่แพ้ความเสี่ยงของระบบ”
ข้อคิดสุดท้าย
ในวันที่โลกสงบ การถือทองดูเหมือนไร้ประโยชน์
แต่ในวันที่ไร้ความเชื่อมั่น…ทองคือสิ่งเดียวที่ทุกคนอยากได้
ทองคำอาจไม่มีวิธีบอกว่าราคาไหนถูกหรือแพง
แต่บอกได้แน่นอนว่าควรมีติดพอร์ตไว้เสมอ
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น